Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ศึกษารูปแบบของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์เงื่อนไขปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของ ผู้ประกอบการมาปรับปรุงกระบวนการในการพัฒนาแผนพึ่งตนเองนำไปสู่การปฏิบัติและศึกษาสภาพ ปัญหาในการประผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยในการหาแนวทางในการการ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คณะผู้วิจัยจะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 ขั้นตอน ให้สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบไปด้วย ขั้นตอนที่ 1 ใช้แบบสอบถาม ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นตอนที่ 2 ใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกเครื่องมือที่ใช้แบ่งออกเป็น 4 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 ปัจจัยที่มีผลต่อ ความสำเร็จและแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ตอนที่ 2 การดำเนินกิจกรรมตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของผู้ประกอบการ ตอนที่ 3 การดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ ผู้ประกอบการ ตอนที่ 4 การขยายผลการดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ภายนอก และขั้นตอนที่ 3 การประชุมกลุ่มย่อย เครื่องมือที่ใช้แบ่งออกเป็น 3 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 การขยายผลการ ดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ภายนอก ตอนที่ 2 การปฏิบัติตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงที่มีคุณภาพ ตอนที่ 3 แนวทางในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมสู่การปฏิบัติผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จ และแนวทางการพัฒนาแผนของผู้ประกอบการ 1.ในสถานประกอบการต้องมีความร่วมมือ ความสามัคคีในการเข้าร่วมประชุมประชาคมในการ จัดทำแผนพัฒนาสถานประกอบการ เพราะผู้ประกอบการต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง 2. ผู้ประกอบการต้องเป็นนักพัฒนาไขว่คว้าหาความรู้อยู่เสมอ และเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต แบบเศรษฐกิจพอเพียง 3. ประชุมค้นหาภูมิปัญญาจากอดีต – ปัจจุบัน และเปลี่ยนประสบการณ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ท้องถิ่นกำหนดอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนของคนในสถานประกอบการ รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ 4. สนับสนุนส่งเสริมฝึกอบรมทางวิชาชีพให้กับคนในสถานประกอบการในการต่อความรู้เพื่อ พัฒนาศักยภาพของคนในสถานประกอบการ เพื่อให้ครอบครัวมีรายได้เสริม แนวทางการพัฒนาแผนของผู้ประกอบการ 1.ด้านการพัฒนาคน กระตุ้นให้สถานประกอบการหันมาสนใจสถานประกอบการของตนเอง คน ในพื้นที่ควรมีคุณธรรมมีความเสียสละตระหนักถึงการเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากว่าส่วนตัว 2.ด้านการพัฒนาพื้นที่ ให้จัดลำดับความสำคัญการกำหนดอนาคตของหมู่บ้านร่วมกันว่าต้องการ ให้เกิดการพัฒนาในด้านใดบ้าง 3.ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและแหล่งรายได้ ควรพัฒนาให้สถานประกอบการมีอาชีพเสริมและ รายได้เสริมเพื่อให้แผนพัฒนาสถานประกอบการเข้มแข็งและยั่งยืน โดยการจัดประชุมค้นหาปัญหาและ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน 4.ด้านการพัฒนาแผนของผู้ประกอบการควรให้ผู้ประกอบการมีการประชุมประชาคมในสถาน ประกอบการประจำทุกเดือนเพื่อจัดทำแผนพัฒนาสถานประกอบการ และจัดลำดับความสำคัญเพื่อ รวบรวมวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่จะสามารถแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการ จากการประชุมกลุ่มผู้วิจัยได้สังเคราะห์เงื่อนไขและปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการนำ แผนพึ่งตนเองนำไปสู่การปฏิบัติ และการนำไปใช้ประโยชน์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. รูปแบบการดำเนินกิจกรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของผู้ประกอบการ รูปแบบในการ ดำเนินกิจกรรมของผู้ประกอบการพบว่า มีการรวมกลุ่มกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของหมู่บ้าน เช่น กลุ่มเกษตรอินทรีย์ การปลูกผักปลอดสารพิษ ส่วนกิจกรรมที่โดดเด่นสำคัญของสถานประกอบการที่ เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง พบว่า มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ มีกลุ่มออมทรัพย์ธนาคารในหมู่บ้าน และ ความภาคภูมิใจของสถานประกอบการในการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ พบว่า มีความสามัคคีและได้รับ ความร่วมมือของคนในหมู่บ้านในการจัดทำแผนของผู้ประกอบการ 2. การดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของผู้ประกอบการ การดำเนินชีวิต มีความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบพอเพียงของผู้ประกอบการพบว่า มีการปฏิบัติต่อครอบครัวโดยการพึ่งพาตนเองเป็น หลักแล้วชักชวนให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม เช่น การประหยัดลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ในด้านสถานประกอบการมี แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง พบว่า ยึดแนวทาง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข และได้แรงจูงใจจากผู้นำในหมู่บ้าน/ ผู้นำวัด/ผู้นำโรงเรียนร่วมกันบูรณาการและเป็นต้นแบบพร้อมทั้งมีความเปลี่ยนแปลงในสถานประกอบการ เมื่อนำเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ พบว่าสามารถการพึ่งพาตนเองในสถานประกอบการมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น เช่นครอบครัวมีอาชีพเสริม มีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน เช่นให้ความร่วมมือ การจัดตั้งกลุ่มองค์กรต่าง ๆ เพื่อไปดูงานต่างอำเภอ การดำเนินงานของสถานประกอบการตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความ พอประมาณ ครัวเรือนมีการผลิตเพื่อบริโภค หากมีเหลือจึงจำหน่าย ร้อยละ 90 สถานประกอบการมีการ บริหารจัดการด้านเศรษฐกิจสถานประกอบการให้เติบโตตามลำดับขั้นตอนร้อยละ 95.33 สถาน ประกอบการสนับสนุนให้ครัวเรือนมีการออมเงิน ร้อยละ 94.16 4) ครัวเรือนมีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ร้อยละ 79.33 สถานประกอบการสนับสนุนให้ครัวเรือนวางแผนการใช้จ่ายและจัดสรรค่าใช้จ่าย อย่างเหมาะสม ร้อยละ 95 ของครัวเรือนทั้งหมด ความมีเหตุผลสถานประกอบการมีการแสดงข้อคิดเห็น ในการทำงานในการจัดทำแผนของผู้ประกอบการพร้อมทั้งมีการส่งเสริมให้สมาชิกจัดเวทีประชาคม ประจำเดือนในการแลกเปลี่ยนความรู้ของแต่ละสถานประกอบการ โดยให้เชื่อมโยงกันทุกระดับให้ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์พร้อมกับมีการถ่ายทอดเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับสถาน ประกอบการที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิคุ้มกัน ครัวเรือนมีการส่งเสริมกิจกรรมให้ความสำคัญ รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ กับเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส การบริจาคเงินทุนการศึกษากับเด็ก ทั้งนี้สถาน ประกอบการมีการปลูกต้นไม้ยืนต้นปลูกประจำทุกปี ปีละ 1 – 2 ครั้ง ประกอบกับมีการแยกขยะเปียก – ขยะแห้ง และสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักได้ด้วย รักษาแหล่งน้ำ โดยเฉพาะสถานประกอบการมีการพา ไปทัศนะศึกษานอกสถานที่เพื่อศึกษาดูงานการหางานที่ใช้ทรัพยากรในสถานประกอบการมาสร้างอาชีพ กลุ่มจักสาน/กลุ่มแปรรูปผลไม้เพื่อสร้างรายได้เสริม ความรู้คู่คุณธรรม สถานประกอบการมีการส่งเสริมและพัฒนาวัดหรือศาสนสถานหรือแหล่ง เรียนรู้ทางด้านคุณธรรมจริยธรรม โดยมีศูนย์เรียนรู้ของหมู่บ้านพร้อมที่เป็นแหล่งทดลององค์ความรู้ และ พร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้จากสถานประกอบการไปสู่อีกสถานประกอบการหนึ่ง ในรูปแบบของแผ่น พับประชาสัมพันธ์ หรือและมีเว็บไซต์ประจำสถานประกอบการ ซึ่งมีครูภูมิปัญญาชาวบ้านทางด้านตนตรี พื้นเมือง/ศาสนา/สมุนไพรพื้นบ้าน/ผลไม้แปรรูป/จักสาน/รำ ฟ้อนพื้นบ้าน มีการจัดตั้งกลุ่ม พัฒนาสตรี/ กลุ่มสายตรวจอาสา อปพร./กลุ่ม อสม./กลุ่มเยาวชน/กลุ่มแม่บ้านเกษตร 3. การขยายผลการดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ภายนอกกิจกรรมที่เป็นการ ส่งเสริม และขยายผลให้สถานประกอบการอื่นๆ ดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พบว่า มี การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงให้กับบุคคลทั่วไปมาเรียนรู้ มีการทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ให้ ผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ สอนการใช้ภูมิปัญญาโดยการใช้พลังงานทดแทน 4. เงื่อนไข ปัจจัยที่จะประสบความสำเร็จของสถานประกอบการในการพึ่งตนเอง (ด้าน ผู้ประกอบการ) มีจิตสาธารณะ คือ จิตของคนที่รู้จักความเสียสละความร่วมมือร่วมใจ ในการทำ ประโยชน์เพื่อส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เป็นการสร้างคุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้นำ ระบบประชาธิปไตยโดยการมีการกระจายอำนาจให้มีส่วนร่วม และไม่ละเมิดกติกาที่ตั้งไว้ เข้ากับสถาน ประกอบการได้ดี ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูกบ้านยอมรับฟังความเห็นผู้อื่นยอมรับเสียงข้างมาก สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้คือมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล เป็นนักพัฒนาการเช่นนำความรู้ที่ได้จากการไปดูงาน ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอมีทีมงานที่เข้มแข็งเหมือนมีเพื่อนร่วมทาง ร่วมแก้ปัญหา อีกแนวทางหนึ่งคือต้องดึงกลุ่มคนที่มีความเห็นที่แตกต่างเข้ามาอยู่ในทีมงาน 5. เงื่อนไข ปัจจัยที่จะประสบความสำเร็จของสถานประกอบการในการพึ่งตนเอง (ด้านสถาน ประกอบการ) คนในสถานประกอบการต้องมีความรัก ความสามัคคี มีความเอื้ออารีย์ต่อกันในการเข้ามามี ส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆในครอบครัวจะต้องมีจิตสำนึก เติมเต็มการดูแลซึ่งกันและกันแสดงถึงการให้ที่มี ความหมายก่อเกิดประโยชน์ มีส่วนร่วมพร้อมทั้งร่วมมือสร้างภาคีเครือข่ายในสถานประกอบการ และความ พร้อมด้านบุคลากรของผู้ประกอบการและคนในสถานประกอบการต้องใช้ทรัพยากรในสถานประกอบการ อย่างประหยัดและเกิดมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างรายได้ 6. แนวทางการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาแผนพึ่งตนเองสู่การปฏิบัติต้องสร้างผู้นำในสถาน ประกอบการที่มีจิตอาสาและให้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนทำงานที่มีจิตใจดีมีความตั้งใจจริงเป็นที่ ยอมรับ น่าเชื่อถือรู้ปัญหาที่เป็นจริงภายในสถานประกอบการ และการใช้ประโยชน์จากสถาน ประกอบการพร้อมทั้งดูแลทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้มีความสมบูรณ์และมีคุณค่าอย่างยั่งยืน ต้องนำบ้าน วัด โรงเรียน เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ผู้นำต้องศึกษาดูงาน จากสถานประกอบการที่จัดทำแผนของ ผู้ประกอบการดีเด่น หรือจากสถานประกอบการอื่นที่เข้มแข็งแล้วเมื่อทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วจึงประชุม ระดมความคิดกับชาวบ้าน เพื่อกำหนดขั้นตอนการทำงาน มีการบูรณาการในการจัดสรรงบประมาณใน โครงการต่างๆ อย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ต้องเลือกโครงการที่มีความเหมาะสมและได้ประโยชน์กับสถาน ประกอบการมากที่สุด และเมื่อมีการรับรองแผนของผู้ประกอบการต้องมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของ รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ หมู่บ้าน สถานประกอบการ หน่วยงานต่อที่ประชุมทุกครั้งการเตรียมความพร้อมของคนสถาน ประกอบการในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี กล้าคิด กล้าตัดสินใจในการประสานงานกับแหล่งงานจากภายนอก และรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการต้องให้คนในสถานประกอบการหวงแหนอนุรักษ์สืบทอดภูมิ ปัญญาท้องถิ่นภูมิใจในรากเหง้าของตน และรู้จักการคิดอย่างสร้างสรรค์ อย่างมีอัตลักษณ์ของสถาน ประกอบการเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้โอกาสกับเยาวชนในการสืบทอดการเป็นผู้นำให้กับ เยาวชนรุ่นต่อไป ประกาศให้คนในสถานประกอบการเห็นว่าเด็กและเยาวชนเป็นสมบัติของ ผู้ประกอบการพร้อมทั้งต้องมีการประเมินผลการทำงานทั้งกระบวนการ และตรวจสอบผลการบริหารงาน การ ประชาสัมพันธ์แผนให้สามารถขยายผลไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ให้มาศึกษาดูงานหรือถอดองค์ความรู้ให้กับ สถานประกอบการอื่น ๆ ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญการทำแผนของ ผู้ประกอบการที่ปรากฏอยู่ในรูปเล่มอย่างสวยงามจะไม่สำเร็จถ้าคนในสถานประกอบการไม่นำแผนลงสู่ การปฏิบัติ ฉะนั้นผู้วิจัยสังเคราะห์แนวทางในการปรับปรุงกระบวนการในการพัฒนาแผนพึ่งตนเองนำไปสู่ การปฏิบัติในการจัดทำแผนผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ ประกอบไปด้วย 9 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนการพัฒนาแผนพึ่งตนเองของผู้ประกอบการสู่การปฏิบัติ 1.ค้นหาผู้นำ 1.1 วางแผนค้นหาผู้นำที่มีลักษณะอ่อนน้อมถ่อมตนให้เกียรติซึ่งกันและกันมีความเสียสละ เป็นนักพัฒนาไขว่คว้าหาความรู้อยู่เสมอ 1.2 สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆได้ และเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตแบบ เศรษฐกิจพอเพียง 2. ค้นหาตนเอง 2.1 ศึกษาเรียนรู้ ย้อนอดีต ค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างอัตลักษณ์เป็นของตนเองให้ เหมาะสมกับวิถีชีวิต 2.2 ถอดองค์ความรู้เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับปัจจุบัน และอนาคต 3. ค้นหาอัตลักษณ์ของผู้ประกอบการ 3.1 การจัดประชุมค้นหาปัญหาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน การศึกษา ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม 3.2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ที่มีลู่ทางการตลาด 3.3 กำหนดอัตลักษณ์หรือความเป็นตัวตนอย่างรอบด้านโดยการถอดองค์ความรู้จาก ผู้ประกอบการ ปราชญ์ชาวบ้าน และการวิจัยแบบมีส่วนร่วม 4. พัฒนาแผนของผู้ประกอบการ 4.1 มีระยะเวลาในการทำแผนตามศักยภาพที่เหมาะสมกับพื้นที่ของสถานประกอบการและ ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่เท่านั้น 4.2 การกำหนดอนาคตของหมู่บ้านร่วมกันว่าต้องการให้เกิดการพัฒนาในด้านใดบ้างกระตุ้น ให้สถานประกอบการหันมาสนใจสถานประกอบการของตนเอง 4.3 จัดลำดับความสำคัญเพื่อรวบรวมวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่จะสามารถแก้ไขปัญหา ของผู้ประกอบการแยกเป็นแผนพึ่งตนเอง แผนความร่วมมือ แผนการสนับสนุน 4.4 สอดคล้องกับแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต 4.5 สอดคล้องกับเกณฑ์และตัวชี้วัด การประเมินคุณภาพและระบบการรับรองมาตรฐานแผน ของผู้ประกอบการ และต้องไปในทิศทางเดียวกันกับการพัฒนาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ 5. ค้นหาภาคีเครือข่าย 5.1 ขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาวิทยากรหรือเป็นเจ้าหน้าที่เป็นผู้ที่ กระตุ้นให้เกิดความเข้าใจในการจัดทำแผนของผู้ประกอบการ 5.2 ความตระหนักของการมีส่วนร่วมควบคู่ไปกับการชี้แนะแนวทางให้สอดคล้องกับเกณฑ์ และตัวชี้วัด การประเมินคุณภาพและระบบการรับรองมาตรฐานแผนของผู้ประกอบการ 5.3 การวิเคราะห์เหตุการณ์เชื่อมโยงกับแนวคิดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน การดำเนินชีวิต ให้ไปในทิศทางเดียวกันกับการพัฒนาของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 5.4 สถานประกอบการสามารถปรับตัวรับได้กับทุกสถานการณ์ซึ่งจะนำไปสู่สถานประกอบการ พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน 6. การบูรณาการแบบมีส่วนร่วม 6.1 การร่วมกันทำประชาพิจารณ์ต่อที่ประชุมอีกครั้งเพื่อรับรองแผนของผู้ประกอบการ ร่วมกัน 7. นำแผนสู่การปฏิบัติ 7.1 การนำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ลงสู่สถานประกอบการและไม่เป็นแผนที่ขึ้นหิ้ง 8. การประเมินแผนของผู้ประกอบการ 8.1 การติดตามสรุปและประเมิน 8.2 ทบทวนนำไปปรับปรุงค้นหาทางออกทุกปี 9. แหล่งประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สามารถขยายผลให้หมู่บ้านอื่นมาศึกษาดูงานหรือถอดองค์ ความรู้ให้กับสถานประกอบการอื่น ๆ จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกกลยุทธ์จะต้องมีองค์ประกอบของความรู้ คู่คุณธรรมในการดำเนินงานที่จะทำให้การพัฒนาแผนพึ่งตนเองนำไปสู่การปฏิบัติที่ได้ประโยชน์ พร้อมทั้ง มีโครงการในแต่ละกลยุทธ์เพื่อให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และวิธีการดำเนินงาน การวิจัยให้สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางการปรับปรุงกระบวนการในการ พัฒนาแผนพึ่งตนเองนำไปสู่การปฏิบัติและการนำไปใช้ประโยชน์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

คำสำคัญ

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

อิทธิพลของกลยุทธ์ธุรกิจและคุณลักษณะของผู้ประกอบการที่ส่งผล ต่อความสาเร็จของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

พีชญาดา พื้นผา มหาวิทยาลัยราชธานี พ.ศ. 2561

การพัฒนาแนวทางการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

อำนวย ปาอ้าย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ พ.ศ. 2561

การประยุกต์คุณลักษณะการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่

ภรณี หลาวทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2555

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการบุกเบิกการประกอบการธุรกิจขนาดย่อมสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์สมรรถนะกลุ่ม Startup ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมและ OTOP จังหวัดพะเยา ภายใต้แนวคิดอัตลักษณ์วัฒนธรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสร้างสรรค์ ผักตบชวาทำน้อยได้มาก

ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

ปัจจัยแห่งความสำเร็จด้านผู้ประกอบการของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ปัทมา อินทรจันทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2562

การศึกษากลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อผลการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม: กรณีศึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป

จิตรลดา ตรีสาคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2561

Kualiti keusahawanan dalam kalangan usahawan kecil dan sederhana

พ.ศ. 2562

รูปแบบการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในเขตกรุงเทพมหานคร

วัลลภา ศรีทองพิมพ์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น พ.ศ. 2552

ปัจจัยที่ส่งผลสำเร็จในการบริหารธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

นฤมล สุ่นสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ. 2560

การศึกษาองค์ประกอบความสำเร็จในการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

พีระ เจริญพร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2561