การหาระดับพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการเชื่อมพอกผิวด้วยกระบวนการเชื่อมอาร์กลวดไส้ฟลักซ์อัตโนมัติต่อการหลีกเลี่ยงการเกิดพิษจาก Carboxyhemogobin ของผู้ปฏิบัติงานเชื่อม และการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด์สู่สิ่งแวดล้อม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ทำการศึกษาระดับการฟุ้งกระจายของแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งระดับพิกัดที่ให้ความเสี่ยงระบุเท่ากับ 500 ppm งานวิจัยนี้ให้ความสนใจศึกษากระบวนการเชื่อมพอกผิวด้วยลวดไส้ฟลักซ์ ลวดเชื่อมสเตนเลสเกรด E309LT1-1 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 มิลลิเมตรด้วยแก๊สคลุมคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นวัสดุในการเชื่อมพอกบนแผ่นเหล็กกล้าคาร์บอนตัวแปรที่สำคัญในการเชื่อมคือกระแสเชื่อมและความเร็วในการเชื่อม ในผลของการศึกษาเบื้องต้นพบว่าความเร็วที่เหมาะสมในการเชื่อมให้ระดับหลอมลึกต่ าสุด และได้เนื้อเชื่อมพอกมากสุดคือ 0.3 เมตรต่อวินาที ผลของการศึกษาอิทธิพลของกระแสเชื่อมพบว่า เนื้อเชื่อมพอกจะเพิ่มขึ้นเป็นเชิงเส้นเมื่อเพิ่มกระแสในช่วง 140 ถึง 260 แอมแปร์ แต่พบว่า เนื้อเชื่อมพอก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะกรณีใช้กระแสสูงกว่า 260 แอมแปร์ ซึ่งถือเป็นช่วงอิ่มตัวของการเชื่อมพอกด้วยลวดเชื่อมขนาด 1.2 มิลลิเมตร ผลของการวัดระดับคาร์บอนมอนอกไซด์ ทำการวัดทั้งในระบบเปิด และระบบปิด ซึ่งผลของการวัดระบบเปิดพบว่า การใช้กระแสเชื่อมต่ำกว่า 260 แอมแปร์มีช่วงการท างานที่ปลอดภัย ที่ระดับการฟุ้งกระจายไม่เกิน 500 ppm สำหรับกรณีระบบปิด พบว่าระดับการฟุ้งกระจายมีค่ารุนแรงและเสี่ยงต่อผลเสียทางกายภาพของผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับกระแสเชื่อม ซึ่งมีการระบุให้ใช้อุปกรณ์ระบายอากาศที่เหมาะสม