กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การใช้ภูไมท์ซัลเฟตในดินเนื้อปูน เพื่อปรับค่าปฏิกิริยาของดินให้เหมาะสม ช่วยทำให้ค่าปฏิกิริยาดินลดลงอยู่ในช่วงที่เป็นกลาง (7.0-7.1) อาจต้องมีการใส่ภูไมท์ซัลเฟตเพิ่มเติมเมื่อปลูกพืชครั้งต่อไป การใส่น้ำหมักเพิ่มลงไปทำให้ผลผลิตที่ได้ดีขึ้น เนื่องจากน้ำหมักที่ใส่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ช่วยให้ค่าปฏิกิริยาดินลดลงได้อีกเล็กน้อย และมีธาตุอาหารพืชเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเช่นกัน การให้น้ำแก่พืชโดยวิธีการแบบร่อง ช่วยให้ค่าปฏิกิริยาดิน (pH) ลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งทำให้ไม่ค่อยได้ผลทางด้านให้ผลผลิตมากนัก การปลูกข้าวโพด ปัจจัยทางด้านการเจริญเติบโต และผลผลิตข้าวโพด ตำรับควบคุม ซึ่งไม่ได้ใส่ภูไมท์ซัลเฟต จะมีค่าน้อยที่สุด เนื่องจากดินมีสมบัติเป็นด่าง ทำให้พืชใช้ธาตุอาหารในดินได้น้อย เมื่อใส่ภูไมท์ซัลเฟตลงไป ทำให้ค่าปฏิกิริยาดินลดลง มีผลให้พืชมีการใช้ธาตุอาหารในดินมากขึ้น ผลผลิตที่ได้จึงมากขึ้นตามไปด้วย ในตำรับที่มีการใส่น้ำหมักชีวภาพที่มีธาตุอาหารหลักและจุลธาตุเพิ่มเข้าไป ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก ยิ่งมีการใส่ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอก ก็จะทำให้ผลผลิตที่ได้เพิ่มมากขึ้นอีกเป็นลำดับ จะเห็นได้ว่า ตำรับภูไมท์ซัลเฟตร่วมกับปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอก ให้ผลผลิตมากกว่าตำรับควบคุม ประมาณ 49 %