การประเมินรายได้รั่วไหลทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสมดุลด้านการกระจายรายได้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานนี้มีวัตถุประสงค์ในการประเมินส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสมดุลด้าน การกระจายรายได้ แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับเศรษฐกิจมหภาค และ ระดับเศรษฐกิจ จุลภาค ผลการประเมินรายได้รั่วไหลทางการท่องเที่ยวในระดับเศรษฐกิจมหภาคจากตารางปัจจัยการผลิต และผลผลิต พบว่า รายได้รั่วไหลจากการท่องเที่ยวค านวณจากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตของ ประเทศมีค่าเท่ากับร้อยละ 9.52 และมีค่าเท่ากับร้อยละ 7.92 จากผลการศึกษาด้วยตารางปัจจัยการผลิต และผลผลิตด้านการท่องเที่ยว การประเมินรายได้รั่วไหลทางการท่องเที่ยวในระดับเศรษฐกิจจุลภาค จาก การรวบรวมข้อมูลโครงสร้างการน าเข้าผลผลิตขั้นกลางของผู้ประกอบการในธุรกิจการบริการที่พัก ธุรกิจ การบริการอาหารและเครื่องดื่ม และ ธุรกิจสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง ใน 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยว 37 จังหวัด จ านวน 1,284 ราย พบว่า ส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวในภาพรวมมีค่าเท่ากับร้อยละ 28.37 ธุรกิจการบริการที่พักมีส่วนรั่วไหลร้อยละ 20.34 การบริการอาหารและเครื่องดื่มมีส่วนรั่วไหลร้อยละ 35.88 และ ธุรกิจสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมีส่วนรั่วไหลร้อยละ 27.57 ในระดับเขต พัฒนาการท่องเที่ยว พบว่า เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนามีส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวสูง ที่สุดคิดเป็นร้อยละ 31.04 ในขณะที่เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรมมีส่วนรั่วไหลทางการ ท่องเที่ยวต่ าที่สุดคิดได้ร้อยละ 13.69 ส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวท าให้มีรายได้รั่วไหลจากการท่องเที่ยว ในช่วงปี 2558 และปี 2559 เฉลี่ยปีละ 633,770.74 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 2.2 ของรายได้ประชาชาติใน ช่วงเวลาดังกล่าว กล่าวได้ว่า ส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวจากการน าเข้าผลผลิตขั้นกลางส่งผลให้เกิดความ สูญเสียทางเศรษฐกิจไม่น้อย ส าหรับข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อลดส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวและสร้าง ความสมดุลด้านการกระจายรายได้ จะเป็นการด าเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เน้นความเป็นไทย เช่น การท่องเที่ยววิถีชุมชน หรือ การท่องเที่ยวแบบ go local การเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวหลักกับ ท้องถิ่นและชนบท โดยอาศัยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เป็นตัวกลาง รวมถึงการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อส่งเสริมให้มีห่วงโซ่อุปทานที่มีกระแสของวัตถุดิบจากผู้ประกอบการในประเทศเป็นส าคัญ ผลที่ตามมา เมื่อเกิดความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยวจะมีผลให้การขยายตัวของภาคท่องเที่ยวจะ ส่งผลดีกับคนยากจนและมีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากขึ้นตามแนวทางของการท่องเที่ยวเพื่อการ สนับสนุนคนยากจน (pro-poor tourism) บรรลุวัตถุประสงค์ของแผนงานวิจัย คือ การประเมินส่วน รั่วไหลทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสมดุลด้านการกระจายรายได้