การประเมินผลกระทบภายนอกจากการท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรองเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลกระทบภายนอกจากการท่องเที่ยวในชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดท่องเที่ยวรองจากการใช้ข้อมูลปฐมภูมิเพื่อประมาณการแบบจำลองทางเลือกและการสร้างบัญชีเมตริกซ์สังคมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผลการศึกษา พบว่า การขยายตัวของการท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรองส่งผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนท่องเที่ยวทั้งในด้านผลบวกและผลลบประเมินได้เป็นความต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์เท่ากับ 164.30 บาทต่อคนต่อวัน ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2563 ลดลงเท่ากับ 6,407.87 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.99 ของรายได้จากการท่องเที่ยวของปี 2563 ผลจากการพัฒนาบัญชีเมตริกซ์สังคมด้านการท่องเที่ยว ระบุว่า การขยายตัวของการท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรองจะชักนำให้เกิดการผลิตและการบริโภคในสาขาการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทำให้เกิดผลกระทบภายนอกด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ผลกระทบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ผลกระทบต่อการใช้พลังงาน และ ผลกระทบด้านขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สรุปได้ว่า การขยายตัวของการท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรองในปัจจุบันมีต้นทุน คือ ผลกระทบภายนอกภาคการท่องเที่ยว ต้นทุนในส่วนนี้จะไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการให้ผลกระทบภายนอกภาคการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเปลี่ยนสถานะจากต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ของท่องเที่ยวเป็นผลได้ทางเศรษฐศาสตร์จากการท่องเที่ยว เกิดขึ้นจากการกำหนดมาตรการ นโยบาย และแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เหมาะสม ที่จะส่งเสริมผลกระทบภายนอกด้านผลบวก และ ลดผลกระทบภายนอกด้านผลลบ ได้แก่ (1) การผลักดันการดำเนินมาตรการและแผนงานต่างๆ อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น (2) การสนับสนุนการขยายตัวของการท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวจากออกแบบและสร้างห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น (Unique Local Supply Chain) (3) ควรสนับสนุนการพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง เช่น ด้วยการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และการท่องเที่ยวที่ปราศจากขยะ (Zero Waste) (4) ควรมีการระบุทิศทางการขยายตัวของการท่องเที่ยวแต่ละจังหวัดท่องเที่ยวรองที่ชัดเจน (5) ควรมีการดำเนินมาตรการในระยะสั้นเพื่อชดเชยผลทางลบที่เกิดเพื่อรักษาความรู้สึกที่ดีกับการขยายตัวของการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในชุมชน (6) ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของการดำเนินมาตรการ คือ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชนในชุมชนท่องเที่ยว และ (7) ควรจะนำต้นแบบที่ได้นี้ไปใช้ประเมินผลกระทบภายนอกภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวหลักให้มีความครบถ้วนและสามารถนำไปใช้เพื่อกำหนดมาตรการหรือนโยบายในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ต่อไป