<p>วิธีการใช้เป้าหมายยาที่หลากหลาย เพื่อศึกษาฤทธิ์ยับยั้งออสติโอคลาสต์ของสารจากธรรมชาติ</p>
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคกระดูกพรุน เป็นภาวะที่มวลกระดูกลดลงและมีลักษณะของโครงสร้างภายในกระดูกที่ เปลี่ยนแปลงไป พบมากที่สุดในหญิงวัยหมดประจำเดือนและประชากรผู้สูงอายุ การดำเนินไปของโรค ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระลูกหักได้ รวมไปถึงการเกิดโรคแทรกช้อนต่างๆมากมายที่ส่งผลให้ อัตราการป้วยและอัตราการตายของผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น โรคกระดูกพรุนจึงกลายเป็นหนึ่งในปัญหาทาง สาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โรคนี้เกิดจากอัตราการสลายกระดูกที่เกิดจากการทำงานของเซลล์ สลายกระดูกหรือ ออสติโอคลาสต์ (osteoclast) มากกว่าเกิดการสร้างกระดูก ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก ขึ้นประกอบกับความรู้ที่ศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค้นพบเป้าหมายยาตำแหน่งใหม่กายในออสติโอคลาสต์ เป้าหมายยาเหล่านี้ได้แก่ เอนไซม์ V-ATPase และ calhepsin K นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาสารสำคัญจากสาร ธรรมชาติต่างๆที่มีฤทธิ์ป้องกันกระดูกพรุน ที่มีรายงานทั้งในการทดสอบในหลอดทคลอง (in vitro) และ การทดลองในสัตว์ (animal models) สารสำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่ Davones, Davonols, flavanones, isollavones, phenylpropanols, lignans, monoterpenoid, diterpenoids, sesquiterpenoids, triterpenoids I & 115 / : / งานวิชัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างฐานข้อมูลของสารสำคัญในธรรมชาติที่มีฤทธิ์ด้านการสลายกระดูกและ เพื่อศึกษาสารสำคัญในธรรมชาติที่สามารถออกฤทธิ์ได้หลายเป้าหมายยา ได้แก่ V-ATPase และ cathepsin K โดยอาศัยเทคนิคทางคอมพิวเตอร์ เช่น target-based virtual screening ร่วมกับการศึกษา molecular dynamics (MD) เมื่อพิจารณาจากผลการศึกษาทั้งเชิงโครงสร้าง (structural analysis) และเชิงพลังงาน (energetic andysisis ของแบบจำลองทาง MD ของสารธรรมชาติทั้ง 10 ชนิดที่ได้รับการคัดเลือกจากการทำ viศษศแสป screening พบว่า nuzhenide มีความ ชอบจับต่อ active site ของ cathepsin K มากที่สุด และมี naringin, kaempferitrin, icarin IIWดงความชอบจับต่อเอน ไซม์รองลงมาตามลำคับโดยพิจารณาจากค่าพลังงามอิสระ (binding energy) โดยคำนวนวณจากวิธี MM/PBSA และ MM/GBSA นอกจากนี้ ขังทราบถึงชนิดของกรดอะมิ โนที่สำคัญในการเข้าขับ ได้แก่ Gly65, Gly66, Tyr67, Leu160, Asm161 และ Leu209 ซึ่งสามารถจับกับกับสาร ธรรมชาติส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ทดชอบได้ จากนั้นจึงทำการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ cathepsipsin K จากสารธรรมชาติจากการวัดการเรืองแสงที่ลดลง สามารถสรุปได้ว่า hesperidin มีฤทธิ์ขับยั้งการทำงาน ของเอนไซม์ได้เล็กน้อย ตั้งแต่ความเข้มข้น 1, 10 และ 100 แต่ที่ความเข้มข้มข้น 100 แM runin แสดง ความสามารถในการขับขั้งการทำงานของเอนไซม์ได้สูงที่สุด รองลงมาคือ besperidin !!ล% quercetin ตามลำดับ จากนั้นสารธรรมชาติที่คัดเลือกจากผลการทคลองจะนำไปศึกษาทาง MI) ต่อการเข้าจับกับ V- ATPase เพื่อหาสารสำคัญจากมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับยั้งการทำงานของออสติโอคลาสต์ที่เป้าหมายยา หลากหลายในขั้นต่อไป