การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาบริบทความต้องการการส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ 3. เพื่อประเมินการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ 3.1 เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์การสื่อสารการคิดทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยงสาระหลักทางคณิตศาสตร์ และการนําเสนอตัวแทนการคิดทางคณิตศาสตร์ระหว่างนักศึกษาที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ และนักศึกษาที่เรียนด้วยวิธีปกติ 3.2 เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ การสื่อสารการคิดทางคณิตศาสตร? การเชื่อมโยงสาระหลักทางคณิตศาสตร? และการนําเสนอตัวแทนการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักศึกษาก่อนเรียนและหลังเรียน ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ และนักศึกษาที่เรียนด้วยวิธีปกติ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดการคิดทางคณิตศาสตร์ โดยมีลักษณะเป็นแบบอัตนัย จำนวน 7 ข้อ แบบสำรวจแบบการเรียนรู้ จำนวน 48 ข้อ แบบวัดความสามารถทางพหุปัญญา มีทั้งหมด 8 ด้าน และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์โปรโตคอล (Protocal Analysis) การวิเคราะห์งานเขียน (Task Analysis) และการบรรยายเชิงวิเคราะห์ (Analytic Description) จากแบบวัดการคิดทางคณิตศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ t-test (Independent t-test) และสถิติทดสอบ t-test (Dependent t-test) ผลการวิจัย พบว่า 1. การศึกษาบริบทความต้องการการส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี เรียงตามความต้องการส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์สูงไปต่ำ คือ ด้านการแก้ปัญหา ด้านการนำเสนอตัวแทนความคิด และด้านการให้เหตุผล 2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การใช้คำถามระดับสูง ขั้นตอนที่ 2 การใช้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ขั้นตอนที่ 3 ส่งเสริมการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ขั้นตอนที่ 4 ส่งเสริมการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ ขั้นตอนที่ 5 ส่งเสริมการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ ขั้นตอนที่ 6 ส่งเสริมการเชื่อมโยงสาระหลักทางคณิตศาสตร์ขั้นตอนที่ 7 ส่งเสริมการนำเสนอตัวแทนความคิด 3. ผลประเมินการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ พบว่า คะแนนการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักศึกษาที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ และนักศึกษาที่เรียนด้วยวิธีปกติแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การเปรียบเทียบคะแนนการคิดทางคณิตศาสตร์หลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์สูงกว่าก่อนเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน โดยใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05