โครงการผลของตำรับยาอายุวัฒนะต่อการต้านการเกาะกลุ่มกันของโปรตีนแอมีลอยด์บีตาและฤทธิ์ปกป้องเซลล์ประสาทในเซลล์ HT- 22
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยผลของตำรับยาอายุวัฒนะต่อการต้านการเกาะกลุ่มกันของโปรตีนแอมีลอยด์บีตาและฤทธิ์ ปกป้องเซลล์ประสาทในเซลล์ HT-22 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ปกป้องเซลล์ประสาท HT-22 โดยการ เหนี่ยวนำให้เกิดความเป็นพิษด้วยแอมีลอยด์บีตา (Amyloid beta) และการต้านการเกาะกลุ่มกันของโปรตีน เบต้าอะไมลอยด์ รวมทั้งศึกษา chemical fingerprint ของตำรับยาอายุวัฒนะและสมุนไพรเดี่ยวในตำรับ จากผล การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ที่ความเข้มข้นต่างๆ เป็นเวลา 24, 48 และ 72 ชั่วโมง เพื่อหาค่าความเข้มข้นที่ เหมาะสมและไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ (% การรอดชีวิตมากกว่าร้อยละ 80) เพื่อนำไปศึกษาฤทธิ์การยับยั้ง beta-amyloid-induced neurotoxicity พบว่า สารสกัดสมุนไพรเดี่ยวและตำรับที่ความเข้มข้น 12.5 ?g/mL และที่ความเข้มข้นต่ำกว่า ให้อัตราการรอดชีวิตสูงกว่า 80% นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดจากพริกไทยและตำรับทำ ให้เกิดการตายของเซลล์สูง ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้วิจัยพบว่าพริกไทยและตำรับที่มีพริกไทยเป็นส่วนประกอบ ในปริมาณมากมักทำให้เกิดการตายของเซลล์ ต้องใช้ที่ความเข้มข้นต่ำๆ ในการทดสอบ และจากศึกษาฤทธิ์การ ยับยั้ง beta-amyloid-induced neurotoxicity ผู้วิจัยเลือกใช้ความเข้มข้นในการวิจัยดังนี้ คือ 50, 25, 12.5, 6.25, 3.12, 1.56 และ 0.78 ?g/mL เพื่อให้ครอบคลุมความเข้มข้น 12.5 ?g/mL พบว่า ตำรับยาอายุวัฒนะและ สมุนไพรเดี่ยวสามารถเพิ่มการรอดชีวิตของเซลล์ได้ดีเมื่อ treat ด้วย 2 ?M ?-amyloid และพบว่าประสิทธิภาพ ลดลงเมื่อ treat ด้วย 20 ?M ?-amyloid อาจกล่าวได้ว่า ตำรับยาอายุวัฒนะและสมุนไพรเดี่ยวสามารถป้องกัน เซลล์ประสาทจาก ?-amyloid ในช่วงที่มีปริมาณของ ?-amyloid ต่ำๆ และพบว่าตำรับและสมุนไพรเดี่ยว 2 ชนิด คือ ทิ้งท้อนและแห้วหมูมีศักยภาพในการเพิ่มการรอดชีวิตของเซลล์ประสาท HT-22 ทั้งในแง่ของการป้องกัน และรักษา ซึ่งมีความน่าสนใจที่จะนำไปศึกษาต่อในการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับอัลไซเมอร์ต่อไป