โครงการวิจัยการศึกษาและพัฒนาระบบการควบคุมการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พืชอนุรักษ์หรือพืชในบัญชีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์หรืออนุสัญญาไซเตส โดยกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องพืชอนุรักษ์ เพื่อป้องกันไม้ให้พืชอนุรักษ์อยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์อันเนื่องมาจากการค้า และเพื่อเป็นการปฏิบัติให้เป็นไปตามพันธกรณีของอนุสัญญาไซเตส การควบคุมการค้าโดยการนำเข้า ส่งออกและนำผ่านพืชอนุรักษ์ต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย ซึ่งหลักการของอนุสัญญาไซเตสได้กำหนดพื้นฐานว่าการอนุญาตให้ทำการค้าพืชอนุรักษ์จะต้องเป็นการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการลดสาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์ของพืชป่า รวมทั้งลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของพืช ดังนั้นการพัฒนาระบบควบคุมการค้า ด้วยการหามาตรการและแนวทางที่เหมาะสมในการควบคุมการนำเข้า ส่งออกและนำผ่านพืชอนุรักษ์ เพื่อให้แน่ใจว่าชนิดพืชอนุรักษ์ไม่เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์อันเนื่องมาจากการค้า ได้ดำเนินการศึกษา สำรวจ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการค้าพืชอนุรักษ์ภายในประเทศ ศึกษาสำรวจพืชอนุรักษ์ชนิดปรงเขาชะเมา ปรงชัยภูมิ ปรงนา กล้วยไม้สกุลกุหลาบ เฟินลูกไก่ทอง กฤษณาในแหล่งแพร่กระจายพันธุ์ในธรรมชาติ และตลาดการค้าภายในประเทศและตามแนวชายแดนในระหว่างพ.ศ. 2554-2556 เพื่อวิเคราะห์สถานภาพความเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์อันเนื่องมาจากผลกระทบทางการค้า และศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ ผลจากการศึกษาสำรวจการค้าพืชอนุรักษ์ภายในประเทศพบว่ามีการค้าพืชในกลุ่มกล้วยไม้มากที่สุดประมาณ 150-200 ชนิด รองลงมาเป็นพืชในกลุ่มไม้อวบน้ำประมาณ 30-50 ชนิด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มพืชกินแมลง ปรง ปาล์ม พืชสมุนไพร ไม้โชว์หัวประมาณ 30 ชนิด พืชอนุรักษ์ดังกล่าวมีทั้งชนิดพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศ บางชนิดมีสถานภาพหายากจนใกล้จะสูญพันธุ์ ส่วนชนิดพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศบางชนิดพันธุ์มีสถานภาพใกล้สูญพันธ์ และประเทศที่เป็นถิ่นกำเนิดห้ามส่งออก จึงได้ดำเนินการบันทึกภาพ และจัดทำคู่มือและหลักเกณฑ์ สำหรับชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 100 ชนิด เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เป็นคู่มือประกอบในการควบคุมการนำเข้า ส่งออกชนิดพืชอนุรักษ์ต่อไป สำหรับผลการศึกษาเพื่อควบคุมการค้าไม่ให้มีผลกระทบต่อการใกล้สูญพันธุ์ ได้กำหนดมาตรการในการควบคุมการส่งออกโดยไม่ออกหนังสืออนุญาตส่งออกให้กับปรงชัยภูมิ และเฟินลูกไก่ทอง สำหรับปรงเขาชะเมา และปรงนาจะออกหนังสืออนุญาตให้สำหรับต้นที่ได้มาจากการเพาะเมล็ด ขนาดเส้นรอบวงของต้นไม่เกิน 15 ซม. และผู้ส่งออกต้องขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์เพื่อการค้ากับกรมวิชาการเกษตร ในส่วนของกล้วยไม้สกุลกุหลาบนั้นได้ดำเนินการจัดทำคู่มือการตรวจสอบและจำแนกความแตกต่างระหว่างกล้วยไม้ที่ได้มาจากเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์แบบตัดยอด และการนำกล้วยไม้ป่ามาพักไว้ในโรงเรือน สำหรับมาตรการในการขึ้นทะเบียนแปลงปลูกกฤษณา จะอนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนสำหรับการปลูกกฤษณาในที่ดินกรรมสิทธิ์ และต้องมีรายละเอียดในเรื่อง อายุ ขนาดเส้นรอบวง ของกฤษณาแต่ละต้น และต้องแจ้งการตัดไม้กฤษณาก่อนการส่งออก การกำหนดมาตรการดังกล่าวข้างต้นนั้น เป็นการกำหนดเพื่อควบคุมการส่งออกพืชอนุรักษ์ในบางชนิด ดังนั้นเพื่อสามารถทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ในด้านการค้าพืชอนุรักษ์อย่างยั่งยืน จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาให้คลอบคลุมการค้าพืชอนุรักษ์อีกหลายชนิด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของอนุสัญญาไซเตสในเรื่อง การวิเคราะห์การความเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ของพืชอนุรักษ์ก่อนการออกหนังสืออนุญาตส่งออกต่อไป