กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อให้ทราบถึงระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสและความเสียหายของดีเอ็นเอ2) เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามเฝ้าระวัง3) เพื่อได้ข้อมูลมาเป็นข้อเสนอแนะในการลดหรือแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ประชากรและกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 1) กลุ่มตัวอย่างจากชุมชนตำบลหนองปลิง 1.1) กลุ่มที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณบ่อขยะและสัมผัสหรือใช้สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช 1.2) กลุ่มที่อาศัยอยู่ห่างบริเวณบ่อขยะและสัมผัสหรือใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และ2) กลุ่มตัวอย่างจากบ้านดอนมัน ซึ่งอาศัยอยู่ห่างบริเวณบ่อขยะ และทำเกษตรอินทรีย์ โดยไม่ได้สัมผัสหรือใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช วิธีการวิจัยที่ใช้คือการตรวจวัดระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสด้วย Ellman’s reaction และ การประเมินระดับความเสียหายของดีเอ็นเอด้วย comet assay สถิติที่ใช้ในงานวิจัยคือ One Way ANOVAผลการวิจัยมีดังนี้ผลการตรวจวัดระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสมีค่าเฉลี่ย 3032.87?667.95 mU/ml, 2898.24?514.17 mU/ml และ3068.01?526.80 mU/ml ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในช่วงค่าปกติของ cholinesterase activity ในซีรั่มของคนทั่วไป และพบว่าระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสระหว่างกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 กลุ่ม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ส่วนผลจาก comet assay แสดงผลการแตกหักเสียหายของดีเอ็นเอด้วยค่า Olive tail moment (OTM) ของแต่ละกลุ่มตัวอย่างมีค่าอยู่ระหว่าง 0.2239?0.0793 ถึง 1.0475?0.5275,0.2350?0.1083 ถึง 1.1286?0.4509และ0.1755?0.0661 ถึง 0.2890?0.1132 ตามลำดับ พบว่ามีหลายตัวอย่างในแต่ละกลุ่มตัวอย่างทั้งสามกลุ่มมีดีเอ็นเอที่แตกหักเสียหายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% เมื่อเทียบกับตัวควบคุมลบ (negative control)