Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

การประเมินสุขภาพประชาชนโดยรอบบ่อขยะตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จ.มหาสารคาม ด้วยการตรวจวัดระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสในเลือดและตรวจสอบความเสียหายของดีเอ็นเอ

พรพิมล พลคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อให้ทราบถึงระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสและความเสียหายของดีเอ็นเอ2) เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามเฝ้าระวัง3) เพื่อได้ข้อมูลมาเป็นข้อเสนอแนะในการลดหรือแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ประชากรและกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 1) กลุ่มตัวอย่างจากชุมชนตำบลหนองปลิง 1.1) กลุ่มที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณบ่อขยะและสัมผัสหรือใช้สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช 1.2) กลุ่มที่อาศัยอยู่ห่างบริเวณบ่อขยะและสัมผัสหรือใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และ2) กลุ่มตัวอย่างจากบ้านดอนมัน ซึ่งอาศัยอยู่ห่างบริเวณบ่อขยะ และทำเกษตรอินทรีย์ โดยไม่ได้สัมผัสหรือใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช วิธีการวิจัยที่ใช้คือการตรวจวัดระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสด้วย Ellman’s reaction และ การประเมินระดับความเสียหายของดีเอ็นเอด้วย comet assay สถิติที่ใช้ในงานวิจัยคือ One Way ANOVAผลการวิจัยมีดังนี้ผลการตรวจวัดระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสมีค่าเฉลี่ย 3032.87?667.95 mU/ml, 2898.24?514.17 mU/ml และ3068.01?526.80 mU/ml ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในช่วงค่าปกติของ cholinesterase activity ในซีรั่มของคนทั่วไป และพบว่าระดับเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรสระหว่างกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 กลุ่ม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ส่วนผลจาก comet assay แสดงผลการแตกหักเสียหายของดีเอ็นเอด้วยค่า Olive tail moment (OTM) ของแต่ละกลุ่มตัวอย่างมีค่าอยู่ระหว่าง 0.2239?0.0793 ถึง 1.0475?0.5275,0.2350?0.1083 ถึง 1.1286?0.4509และ0.1755?0.0661 ถึง 0.2890?0.1132 ตามลำดับ พบว่ามีหลายตัวอย่างในแต่ละกลุ่มตัวอย่างทั้งสามกลุ่มมีดีเอ็นเอที่แตกหักเสียหายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% เมื่อเทียบกับตัวควบคุมลบ (negative control)

คำสำคัญ

LandfillDNA damageสารพิษToxic substancesตำบลหนองปลิงบ่อขยะacetylcholine esteraseNongpling districtการเสียหายของดีเอ็นเอเอนไซม์อะซิทิลโคลีนเอสเทอเรส

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพแบบบูรณาการ: กรณีศึกษา ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

บษพร วิรุณพันธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2561

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมและการบริหารจัดการขยะของคนในชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลแคราย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

นิยม สุวรรณเดช มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2560

การประยุกต์ใช้แนวคิดของเสียเหลือศูนย์เพื่อการจัดการขยะที่เหมาะสมในชุมชนขนาดเล็ก

นิตย์ตะยา ผาสุขพันธุ์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2560

การประเมินผลกระทบสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนเก็บขยะ จากการสัมผัสขยะและสิงแวดล้อมในพืนทีฝังกลบขยะทุ่งท่าลาดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

พิมาน ธีระรัตนสุนทร พ.ศ. 2560

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพของชุมชนที่อยู่รอบสถานที่ฝังกลบมูลฝอยเทศบาล เมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

จิราภรณ์ หลาบคำ มหาวิทยาลัยราชธานี พ.ศ. 2559

การประเมินภาวะสุขภาพของเกษตรกรสวนส้มโอที่ใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

ยุทธนา สุดเจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2558

การประเมินและการพัฒนาแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยจากภาคครัวเรือนที่อยู่อาศัยในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลสำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดนำร่องในเขตพื้นที่ภาคกลาง

จิรทยา เริ่มมนตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2559

รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพตามบริบทชุมชนแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

วราวุฒิ มหามิตร มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2561

การประเมินผลกระทบทางสุขภาพของชุมชนที่อยู่รอบสถานที่ฝังกลบมูลฝอย เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี จังหวัดสุโขทัย

ปิยะดา วชิระวงศกร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2561

การจัดการมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่ส่งผลต่อการปนเปื้อนในดิน น้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำในพื้นที่ชุมชน

พีรพงษ์ สุนทรเดชะ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2564