การจำแนกเขตภูมิอากาศท้องถิ่นและพื้นที่สีเขียวเพื่อการวางผังเมืองกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เช่นเดียวกับเมืองใหญ่อื่นๆ ในโลก กรุงเทพมหานครมีลักษณะประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น และพื้นที่สีเขียวอันจำกัด สภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นของเมืองยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อได้รับผลกระทบจากลักษณะเฉพาะของสภาพภูมิอากาศท้องถิ่นที่เรียกว่า ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island, UHI) ซึ่งมีปัจจัยผลักดันมาจากเรขาคณิตของเมือง การขาดพื้นที่สีเขียว คุณสมบัติทางความร้อนของวัสดุในเมือง และความร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยสภาพภูมิอากาศกับการวางผังเมือง จึงเกิดแนวคิดการนำเขตภูมิอากาศท้องถิ่น (LCZ) มาใช้ในการจำแนกลักษณะพื้นที่สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง โดย LCZ สำหรับพื้นที่สิ่งปลูกสร้างมี 10 ประเภท (LCZ 1-LCZ 10) และ LCZ สำหรับพื้นที่ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างมี 7 ประเภท (LCZ A – LCZ G) ตามการจำแนกของ The World Urban Database and Access Portal Tools (WUDAPT) งานวิจัยมีเป้าหมายเพื่อหาความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านพื้นที่ปลูกสร้างและพื้นที่ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างกับสภาวะทางความร้อนในเมือง เพื่อเสนอแนวทางการวางผังและพัฒนาเมืองที่ลดผลกระทบต่อสภาวะทางความร้อนในเมือง การวิจัยยังศึกษาการระบายอากาศในเมืองและผลการทำความเย็นจากลมและพื้นที่สีเขียว วิธีการวิจัยประกอบด้วยการศึกษาปรากฎการณ์เกาะความร้อนระดับพื้นผิว Surface Urban Heat Island (SUHI) และเรือนยอด (Canopy Layer Urban Heat Island, CLUHI) วิธีแรกเป็นการศึกษาระดับมหภาคโดยใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลและภูมิสารสนเทศเพื่อจำแนกเขตภูมิอากาศในท้องถิ่น วิธีหลังเป็นการศึกษาระดับจุลภาคโดยการตรวจวัดสภาพภูมิอากาศตามฤดูกาลในพื้นที่ตัวแทนของ LCZ ทั้ง 17 แห่ง เพื่อศึกษาสภาวะทางความร้อนในระดับคนเดินถนน มีการจำลองอุณหพลศาสตร์ของไหล (CFD) เพื่อศึกษาลม การวิจัยพิจารณาตัวแปรที่กำหนดรูปทรงเรขาคณิตของเมือง ได้แก่ อัตราการเห็นท้องฟ้า และอัตราส่วนความสูงอาคารต่อความกว้างถนน ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเรขาคณิตของเมืองกับสภาวะทางความร้อนและลมถูกกำหนดขึ้น ผลการศึกษาแสดงให้เห็นลักษณะเฉพาะของกรุงเทพฯ ว่า การมีอัตราการเห็นท้องฟ้าต่ำและอัตราส่วนความสูงอาคารต่อความกว้างถนนสูง เป็นประโยชน์ในการให้ร่มเงาแก่หุบเหวถนนในเมือง ช่วยลดปริมาณความร้อนที่ถูกดูดซับไว้ในพื้นที่ได้ มีคำแนะนำโดยละเอียดสำหรับ Aspect Ratio ตามเงื่อนไขของ LCZ แต่ละประเภท พื้นที่เมืองควรมีความสูงของอาคารที่เหมาะสมและมีพื้นที่เปิดโล่งเพียงพอสำหรับการระบายอากาศ ผลการศึกษาด้านการจำแนกพื้นที่สีเขียวพบว่า การเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ปกคลุมและขนาดของพื้นที่สีเขียวทุกประเภทจะช่วยลดความร้อน รูปร่างของพื้นที่ LCZ ประเภทพื้นที่สีเขียวทุกประเภทมีผลต่ออุณหภูมิ โดย LCZ ที่มีรูปร่างซับซ้อนจะลดอุณหภูมิได้ดีกว่า LCZ ที่มีรูปร่างเรียบง่าย ผลการศึกษาในระดับพื้นที่พบความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและความเข้มแสงใน LCZ ทุกประเภท ความเข้มแสงที่มากขึ้นจะส่งผลให้อุณหภูมิที่ตรวจวัดได้สูงขึ้นตาม ความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิมีความสัมพันธ์แบบผกผันกันในทุก LCZ ความชื้นยิ่งมาก อุณหภูมิยิ่งน้อย การวิจัยได้ให้ข้อเสนอแนะสำหรับ LCZ แต่ละประเภท