การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดกระบวนการพัฒนาผู้ต้องขังให้เป็นครูสอนทอผ้าไหมเพื่อความต่อเนื่องในการฝึกวิชาชีพทอผ้าไหมในเรือนจำจังหวัดลำพูน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดกระบวนการพัฒนาผู้ต้องขังให้เป็นครูสอนทอผ้าไหม เพื่อความต่อเนื่องในการฝึกวิชาชีพทอผ้าไหมในเรือนจำจังหวัดลำพูน มีที่มาของการศึกษาครั้งนี้จากปัญหาการพัฒนาความสามารถในการทอผ้าไหมของผู้ต้องขังที่ขาดความต่อเนื่อง ซึ่งมีสาเหตุจากงบประมาณที่จำกัด ต้นทุนการพัฒนาความสามารถในการทอผ้าไหมต่อคนค่อนข้างสูง ขาดความต่อเนื่องการเรียนการสอนของผู้ต้องขัง และความไม่สอดคล้องกันของทักษะการทอผ้าไหมของผู้ต้องขังกับความต้องการตลาดแรงงงาน งานวิจัยนี้จึงกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้ต้องขังให้เป็นครูในการสอนการทอผ้าไหมของเรือนจำจังหวัดลำพูน และเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการจ้างงานทอผ้าไหมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดลำพูน ใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีกลุ่มตัวอย่างมี 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ต้องขัง (ครูสอนทอผ้าไหม) กลุ่มที่ 2 ผู้ต้องขัง (ผู้เรียนใหม่) กลุ่มที่ 3 ผู้พัฒนาให้ผู้ต้องขังเป็นครูทั้งด้านทักษะการทอผ้าไหมและทักษะการถ่ายทอดความรู้ กลุ่มที่ 4 ผู้ช่วยเสริมสร้างการจ้างงานทอผ้าไหมให้แก่ผู้ต้องขัง และกลุ่มที่ 5 ผู้ควบคุมดูแลผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูน การรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างแบบเชิงลึก การสัมภาษณ์กลุ่ม การระดมสมอง การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) การดำเนินการในงานวิจัยนี้ มี 3 กระบวนการ คือ 1.กระบวนการจัดการความรู้ที่ได้จากงานวิจัยที่ผ่านมา 2.กระบวนการถ่ายทอดความรู้ผ่านการลงมือทำจริงในการพัฒนาผู้ต้องขังให้เป็นครูสอนทอผ้าไหมยกดอกลำพูน 3.กระบวนการส่งเสริมอาชีพรับจ้างทอผ้าไหมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดลำพูน ซึ่งจากการเสริมทักษะความชำนาญในการทอผ้าไหมและทักษะการถ่ายทอดให้กับผู้ต้องขัง (ครูสอนทผ้าไหม) ได้ให้ความรู้เรื่องเส้นไหมและมาตรฐานของผ้าไหมยกดอก ได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนของกระบวนการทอผ้าไหม ตั้งแต่การกรอไหม จนถึงการทอผ้าบนกี่ และผู้ต้องขัง (ครูสอนทผ้าไหม) ได้ฝึกสอนจริง ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ต้องขัง (ผู้เรียนใหม่) ท้ายที่สุดทำให้ได้ครูสอนทอผ้าไหมในเรือนจำจังหวัดลำพูน จำนวน 11 คน สอนประจำในแต่ละขั้นตอนที่ตนเองชำนาญ นอกจากนี้ได้เสริมสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการจ้างงานทอผ้าไหมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดลำพูน ทำให้เกิดความร่วมมือกับผู้ประกอบการ จำนวน 4 ร้าน จ้างงานผู้ต้องขัง จำนวน 4 คน โดยเป็นการจ้างทอผ้าไหมยกเล็ก จำนวน 1 คน ค่าจ้าง 2,500 บาท/ผืน ทอผ้าฝ้ายแกมไหม จำนวน 2 คน ค่าจ้างผืนละ 600 บาท/ผืน และออกแบบลายผ้า ค่าจ้าง 400 บาท/ลาย ข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาผู้ต้องขังให้มีความสามารถในการทอผ้าไหมอย่างต่อเนื่องในเรือนจำจังหวัดลำพูน โดยมีแนวคิดคือ “ผู้ต้องขังเรียนรู้ทอผ้าไหม ฝึกให้ชำนาญ พร้อมเป็นครูสอนถ่ายทอดความรู้” ทำให้ผู้ต้องขังมีความสามารถในการทอผ้าไหม พัฒนาจนเกิดความชำนาญ และต่อยอดถ่ายทอดความรู้ เป็นครูสอนผู้ต้องขังใหม่ต่อไป และข้อเสนอแนะสำหรับกระบวนการส่งเสริมอาชีพรับจ้างทอผ้าไหม ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน สื่อสารให้เข้าใจตรงกัน และลดอุปสรรคขั้นตอนความยุ่งยากลงเพื่อให้เกิดการจ้างงานได้อย่างรวดเร็ว คำสำคัญ : การพัฒนาผู้ต้องขัง การพัฒนาครูสอนทอผ้าไหม เรือนจำจังหวัดลำพูน