โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางแถบสันระนาดติดไหล่ทางป้องกันรถเคลื่อนที่หลุดจากถนนทางโค้ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางแถบสันระนาดติดไหล่ทางป้องกันรถเคลื่อนที่หลุดจากถนนทางโค้งให้มีสมบัติที่สามารถใช้งานจริงให้เป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวงกำหนด ซึ่งสามารถเตรียมได้จากยางธรรมชาติผสมยางรีเคลมและมีการเติมสารตัวเติมเสริมแรง คือ เขม่าดำ N330 เพื่อเพิ่มสมบัติเชิงกลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ความต้านทานต่อแรงดึง และมอดูลัส โดยพบว่าการใช้เขม่าดำที่ปริมาณ 60 phr ให้ค่าความต้านทานต่อแรงดึงสูงกว่าที่ปรืมาณ 80 phr และมีการเติม High styrene resin (HSR) ซึ่งเป็นสารเพิ่มความแข็งเพื่อให้ได้ยางแถบสันระนาดมีความแข็งตามที่ต้องการ และผ่านเกณฑ์มาตรฐานยางรองคอสะพาน หรือ มอก.951-2533 ตามที่ต้องการ เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ยางแถบสันระนาด อีกทั้งเมื่อนำไปศึกษาการผสมและการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์จริงในระดับ pilot scale ก็สามารถผสมและขึ้นรูปได้ แม้สมบัติที่ได้จะต่างกันเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้การติดตั้งตัวอย่างด้วยกาวอิพ็อกซีบนพื้นผิวถนนเพื่อทดสอบการสั่นสะเทือนและเสียง ด้วยความเร็ว 40 60 80 และ 100 กม/ชม พบว่าทั้งเสียงและการสั่นภายในรถยนต์ อยู่ในระดับกระตุ้นการตื่นของผู้ขับขี่ โดยมีระดับเสียงที่แตกต่างมากกว่า 9 dB และ การสั่นที่มากกว่า 80 VdB ซึ่งจะพบว่ารูปแบบการออกแบบลักษณะทางกายภาพและการติดตั้งของยางแถบสันระนาดส่งผลอย่างมากต่อการเคลื่อนที่ของยานพาหนะนอกเหนือจากการออกสูตรยางและการติดตั้งยางแถบสันระนาดบนพื้นถนนที่เหมาะสม โดยยางแถบสันระนาดจากการดำเนินงานมีการยึดติดและการทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ดี ทนทานต่อการสึกหรอสูง มีความแข็งที่เหมาะสมต่อการเคลื่อนที่ผ่านของยานพาหนะ และมีสมบัติเชิงกลที่ดี มีความทนทานต่อการรับแรงกระแทกได้ดี คำสำคัญ : ยางแถบสันระนาด, ยางธรรมชาติ, ยางรีเคลม, เขม่าดำ