การวิจัยพัฒนาแผ่นหวียางพาราสำหรับป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและเร่งการตกตะกอนดินเลน (ปีที่1)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
"โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์หวียางพาราสำหรับป้องกันการกัดเชาะชายฝั่งและเร่งการตกตะกอนดินเลน ในการวิจัย คณะวิจัยได้วิจัยพัฒนาสูตรเคมียางจากยางผสมระหว่างยางธรรมชาติ (ยางแห้ง) กับยางสังเคราะห์ ได้แก่ ยางเอทธิลีนโพรฟิลีนไดอื่น (EPDM) และ/หรือยางบิวทาไดอีน (BR) โดยใช้มาตรฐานที่ดัดแปลงมาจากมาตรฐาน มอก. 2507-25333 ""ยางกันเรือกระแทกรูปตัวดีและรูปจัตุรัส"" และทดสอบความปลอดภัยต่อน้ำทะเลตามมาตรฐานน้ำทะเลชุมชน ซึ่งจะทำให้ได้สูตรเคมียางที่เหมาะสมในการทำต้นแบบ ในส่วนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ใช้ซอฟท์แวร์เฉพาะต้านและระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงมาช่วยในการออกแบบ โดยใช้ข้อมูลทั่วไปของสมบัติคลื่น คือ ความสูงน้ำ 0.5 เมตร ความเร็วคลื่น 1 เมตรต่อวินาที แอมพลิจดคลื่น 0.15 เมตร และความถี่คลื่น 1 เฮิรตช์ ทำการออกแบบเพื่อให้ได้รูปแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่สามารถลดความเร็วคลื่นได้ดีกว่าการใช้ไม้ไม่ซึ่งนิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน หลังจากนั้นจะทำการสร้างตัวอย่างต้นแบบเพื่อนำไปทดสอบการใช้งานที่กรมชลประทาน ซึ่งพบว่าค่าความเร็วน้ำที่ได้จากการจำลองการใช้งานด้วยคอมพิวเตอร์สอดคล้องกับค่าที่วัดได้จริงจากการทดสอบ จึงสรุปได้ว่าสามารถใช้การจำลองการใช้งานด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ได้หลังจากนั้นจึงทำการวัดค่าสมบัติของคลื่นทะเลที่บริเวณชายฝังตำบลบางปูซึ่งเป็นพื้นที่จะทำการติดตั้งต้นแบบ นำค่าทีวัดได้มาทำการจำลองการใช้งานด้วยระบบคอมพิวเตอร์และทำการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจัยพบว่า สูตรยางที่เหมาะสมคือยางผสม NR/EPDM/BR (50/30/20 phr) โดยใช้ซิงก์ออกไซด์ NC236 และเขม่าดำ N660 ปริมาณ 1 phr และ 30 phr ตามลำดับ รูปร่างหวียางพาราที่เหมาะสมคือ มีลักษณะเป็นเกลียว ผลการจำลองเปรียบเทียบระหว่างต้นแบบลักษณะเกลียวที่มีขนาดเท่ากับไม้ไผ่พบว่า แบบเกลียวสามารถลดความเร็วคลื่นได้ดีกว่า โดยแบบเกลียวสามารถดความเร็วคลื่นได้ 40% ในขณะที่การใช้ไม้ไผ่จะลดความเร็วคลื่นได้ 20% ต้นแบบที่เหมาะสมสำหรับป้องกันการกัดเชาะชายฝั่งบริเวณชายฝั่งทะเลตำบลบางปูที่มีความสูงของระดับน้ำทะเล = 1 เมตร ความเร็วคลื่น = 1.2 เมตรต่อวินาที ความสูงคลื่น = 0.78 เมตร และคาบของคลื่นสูงสุด 9.54 วินาที คือต้นแบบที่มีความสูงเกลียว 1 เมตร ระยะห่างระหว่างเกลียว 60 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของวงเกลียว 150 มิลลิเมตร และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้นเคลือบด้วยยางเท่ากับ 25 มิลลิเมตร ซึ่งในปีที่ 2 จะทำการสร้างต้นแบบเพื่อติดตั้งที่ชายฝั่งทะเลตำบลบางปูเพื่อเก็บข้อมูลการลดความเร็วของคลื่นและการสะสมของตะกอนดินเลนต่อไป"