การปรับปรุงพันธุ์ การส่งเสริมการปลูกลิเซียนทัสเพื่อการผลิตไม้ดอกกระถาง และไม้ตัดดอกให้เหมาะสมกับตลาดและการผลิตในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การปรับปรุงพันธุ์ การส่งเสริมการปลูกลิเซียนทัสเพื่อการผลิตไม้ดอกกระถาง และไม้ตัดดอกให้เหมาะสมกับตลาดและการผลิตในประเทศไทย ประกอบด้วย 2 โครงการวิจัยย่อยด้วยกัน โครงการวิจัยย่อยที่ 1 เรื่อง การปรับปรุงพันธุ์ และการส่งเสริมการปลูกลิเซียนทัสเพื่อการผลิตไม้ดอกกระถาง และไม้ตัดดอก จากการส่งเสริมเกษตรกรพื้นที่ จังหวัดเลย เชียงใหม่ และยะลา เกษตรกรสามารถปลูกเลี้ยงลิเซียนทัสให้ออกดอกได้ ทั้งในรูปแบบไม้ดอกกระถางและไม้ตัดดอก ทำให้สามารถสรุปเทคนิคการเพาะเลี้ยงต้นกล้า ตามสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันได้ ดังนี้ เทคนิคที่ 1 เทคนิคการเลี้ยงต้นกล้าในห้องเย็นที่ควบคุมอุณหภูมิประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 30 วัน แล้วจึงย้ายเลี้ยงในสภาพโรงเรือน เทคนิคนี้นิยมใช้ในต่างประเทศ เทคนิคที่ 2 เทคนิคการเพาะเมล็ดและปลูกเลี้ยงลิเซียนทัสในพื้นที่ที่อากาศเย็นอุณหภูมิต่ำ เนื่องจากเมล็ดลิเซียนทัสได้รับอุณหภูมิที่ต่ำจากสภาพแวดล้อมปกติจึงไม่จำเป็นต้องบ่มเมล็ด เทคนิคนี้ควรใช้ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และทำการย้ายกล้าขนาดต้นกล้ามีใบจริง 2 คู่ใบ เทคนิคที่ 3 เทคนิคการย้ายต้นกล้าขนาดใหญ่ หลังจากการเลี้ยงต้นกล้าจนมีใบจริง 2 คู่ใบ ทำการเลี้ยงจนได้ต้นี่มีขนาดใหญ่ โดยใบจริงมีความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วจึงย้ายลงปลูกในกระถาง หรือแปลงปลูกเพื่อลดการเสียหายของราก และ เทคนิคที่ 4 เทคนิคการใช้ตู้บ่มเมล็ดเป็นการเพาะเมล็ดในถาดเพาะเมล็ดและนำไปบ่มในตู้ควบคุมอุณหภูมิ เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้เมล็ดลิเซียนทัสเกิดการสะสม GA เพื่อใช้ในการยืดช่อดอก ในการปรับปรุงพันธุ์ลิเซียนทัสเพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้โดยใช้เทคนิคทการผสมข้าม และผสมตัวเอง โครงการวิจัยย่อยที่ 2 เรื่อง รูปแบบเส้นทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายลิเซียนทัส โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การตลาดและวิเคราะห์ศักยภาพตลาดลิเซียนทัส (2) เพื่อศึกษาเส้นทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายลิเซียนทัส และ (3) เพื่อเพิ่มมูลค่าจากลิเซียนทัสด้วยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research :PAR) โดยใช้วิธีการสนทนากลุ่ม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการสัมภาษณ์เชิงลึก มีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ เกษตรกรที่ปลูกลิเซียนทัสและผู้ประกอบการลิเซียนทัส จำนวนทั้งสิ้น 35 คน ในพื้นที่เป้าหมาย 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เลย และ ยะลา ผลการวิจัยพบว่า เส้นทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายลิเซียนทัส ในพื้นที่เป้าหมายทั้ง 3 จังหวัดนั้น การกระจายและการเคลื่อนย้ายสินค้า จะดำเนินการได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ (1) ผู้ผลิต ซึ่งก็คือ เกษตรกรที่ปลูกลิเซียนทัสจำหน่ายให้กับลูกค้าโดยตรง (2) ผู้ผลิตจำหน่ายลิเซียนทัสผ่านคนกลาง ซึ่งก็คือ ผู้ประกอบการที่จำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับมารับสินค้าเพื่อไปจำหน่ายต่อให้กับลูกค้า โดยมีทั้งลูกค้าในตลาดท้องถิ่นหรือในจังหวัดเดียวกันและจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนมีการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยใช้วิธีการขนส่ง ดังนี้ (1) ขนส่งด้วยตัวเอง คือ มาซื้อและรับของที่หน้าแปลงของเกษตรกร (2) ขนส่งผ่านบริษัทเอกชน (Kerry) และ (3) ขนส่งผ่านรถบัสประจำทางสาธารณะ ในส่วนของบรรจุภัณฑ์กล่องได้ออกแบบสำหรับใส่ลิเซียนทัสแบบกระถางเพื่อสะดวกในการมอบเป็นของที่ระลึกให้กับคนสำคัญได้ ทั้งนี้ได้มีการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ โดยจัดทำในรูปแบบสื่อวิดีทัศน์ที่บอกเล่าเรื่องราวของ ลิเซียนทัสผ่านช่อง Youtube เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้า ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกลิเซียนทัสได้อีกหนึ่งช่องทาง