ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่เกษตรกรรมมากที่สุดของประเทศ สารกำจัดแมลงศัตรูพืชจึงถูกใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็ก (อายุ 1 – 3 ปี) ในด้านพัฒนาการ การเจริญเติบโตของร่างกาย รวมถึงความฉลาดทางสติปัญญา และหากไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จะส่งผลต่ออุบัติการณ์การเกิดโรคและผลกระทบต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองในการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม การศึกษานี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงกึ่งทดลอง วัดผลในระยะก่อนการทดลอง ระยะหลังการทดลอง และระยะติดตามผล แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองใน การป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรม ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบได้รับการดูแลปกติจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากผู้ปกครองเด็ก และทำการตรวจหาปริมาณและชนิดของสารกำจัดศัตรูพืช การตรวจโคลีนเอสเทอเรสในเลือด และ การตรวจพัฒนาการเด็ก ผลการศึกษา พบว่า ผู้ปกครองในกลุ่มทดลองเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายใน ในระยะหลังการทดลอง ได้แก่ (1) เจตคติที่ดีต่อพฤติกรรมการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชในเด็ก (2) การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงที่พึงประสงค์ และ (3) มีการรับรู้การควบคุมพฤติกรรมการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชในเด็ก พร้อมทั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายนอก ประกอบด้วย (1) การป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชจากแหล่งที่อยู่อาศัย (2) การป้องกัน การสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชจากสิ่งแวดล้อม และ (3) การป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชจากบุคคลในครอบครัว ดีขึ้นกว่าก่อนการทดลอง และเกิดความยั่งยืนในระยะติดตามผลเดือนที่ 3 และเดือนที่ 6 และในกลุ่มทดลองดีกว่า กลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 การวิเคราะห์ประสิทธิผลของโปรแกรมฯ พบว่า ในช่วงก่อน การทดลองถึงระยะติดตามผลเดือนที่ 3 กลุ่มทดลองมีปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชบนผิวหนังที่มากกว่าค่ากลาง ลดลงร้อยละ 20 หรือ ประมาณ 0.80 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ และพบว่า ในช่วงก่อนการทดลองถึงระยะติดตามผลเดือนที่ 3 และเดือนที่ 6 ระดับโคลีนเอสเทอเรสในเลือด (HAChE) ของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.307 U/g Hgb (P-value =.047) และ 2.332 U/g Hgb (P-value =.005) ตามลำดับ สำหรับผลการศึกษาพัฒนาการของเด็กภายหลังการทดลองเดือนที่ 6 พบว่า กลุ่มทดลองมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา ด้านการใช้ภาษา และด้านการช่วยเหลือตนเองและสังคมดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองในการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดหรือกระบวนการทางปัญญาของกลุ่มผู้ปกครอง และส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กได้ พร้อมทั้งส่งผลกระทบต่อระดับโคลีนเอสเทอเรสในเลือด (HAChE) และอาจจะสามารถส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการของเด็กในทิศทางที่ดีขึ้น