Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การสร้างความสมดุลตามแนวพุทธของภาคการเกษตร ภาคการบริการ และ ภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดอุบลราชธานี

ไชยสิทธิ์ อุดมโชคนามอ่อน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง “การสร้างความสมดุลเชิงพุทธของภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดอุบลราชธานี” มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการคือ ๑) เพื่อการศึกษาการจัดการภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรม ๒) เพื่อพัฒนาการสร้างภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรม และ ๓) เพื่อวิเคราะห์การสร้างภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรม เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้วิธีการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งในเชิงเอกสาร เชิงคุณภาพจากกลุ่มเป้าหมายทั้งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัด ได้แก่ ๑) ตัวแทนภาครัฐ ประกอบด้วย เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ประธานหอการค้าจังหวัด ประธานอุสาหกรรมจังหวัด ๒) ตัวแทนผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม ๓) ตัวแทนผู้ประกอบการภาคการบริการ และ ๔) ตัวแทนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมรวมจำนวน ๑๙ คนโดยใช้การสัมภาษณ์ในเชิงลึก (Interviews) การสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participatory Observation) เป็นเครื่องมือในการศึกษา แล้วนำข้อมูลที่ได้จากกระบวนการวิจัยมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ในเชิงคุณภาพเพื่ออธิบายผลการวิจัยตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์การวิจัย ผลการศึกษา พบว่า ๑. การจัดการภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรม ใน ๖ ด้าน คือ ๑) ด้านระบบการสร้างความมั่นคงด้านการการเกษตร ๒) ด้านการได้รับการสนับสนุนจากภายนอกด้านการการเกษตร ๓) ด้านโครงสร้างกฎหมายและนโยบายที่เอื้ออำนวยด้านการการเกษตร การบริการและการอุตสาหกรรม ๔) ด้านระบบการปลูกและการจัดการการเกษตร ๕) ด้านการมีตลาดพร้อมรองรับผลผลิตการเกษตร และ ๖) ด้านธุรกิจและธรรมาภิบาลและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสมาชิกสมาคมการเกษตร ๒. การพัฒนาการสร้างภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรม จะมีรูปแบบการทำอุสหกรรมป่าไม้ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ คือ ๑) รูปแบบการทำไร่แบบหมุมเวียน ๒) รูปแบบการทำระบบเกษตรผสมผสาน ๓) รูปแบบการทำเกษตรแบบระบบไร่นาป่าผสมหรือวนเกษตรเป็นระบบเกษตรกรรมที่นำเอาหลักการความยั่งยืนถาวรภาพของระบบป่าธรรมชาติมาเป็นแนวทางในการทำการเกษตร ๔) รูปแบบการทำเกษตรแบบระบบวนเกษตร คือการทำเกษตรแบบเพิ่มการซึมซับน้ำ รักษาน้ำใต้ดินลดการสูญเสียดินโดยให้ความสำคัญอย่างสูงกับการปลูกไม้ยืนต้น ๕) รูปแบบการทำเกษตรธรรมชาติเป็นระบบเกษตรกรรมที่คำนึงถึงระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ ๖) รูปแบบระบบเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นแนวทางการทำการเกษตรแบบพึ่งตนเองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ได้พระราชทานให้เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ ๗) รูปแบบการทำเกษตรกรรมประณีตเป็นรูปแบบเกษตรกรรมทางรอดที่เกิดจากการการระดมความคิดของปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน ๘) รูปแบบการเกษตรอินทรีย์เป็นระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารด้วยความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ โดยเน้นหลักการปรับปรุงบำรุงดิน ๙) รูปแบบการทำเกษตรกรรมที่เป็นมากกว่าเกษตรอินทรีย์ มักหมายถึงการทำเกษตรอินทรีย์เต็มรูปที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลผลิตมากกว่าเกษตรอินทรีย์ทั่วไป ๓. วิเคราะห์การสร้างความสมดุลของภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรมจะสามารถพัฒนาให้เกิดความสมดุลได้นั้นจะต้องมีการวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกและการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศไทยด้วย ที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตในการพัฒนาให้เกิดความสมดุลที่ยั่งยืนและมั่นคงและผลกระทบทางภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดอุบลราชธานี ๕ ด้าน คือ ๑) เศรษฐกิจของโลกมีความผันผวนมากขึ้น ๒) กฎ กติกาด้านการค้าและการลงทุนของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ๓) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยคุกคามทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น๔) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสังคมยุคดิจิทัล ๕) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ด้านการเกษตร แนวทางการสร้างความสมดุลของภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรมจะต้องมีการสร้างและพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคอุตสาหกรรมให้มีความสมดุล หัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดความสมดุลได้ คือนโยบายภาครัฐ โดยหน่วยงานราชการเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายการเกษตร เพราะนโยบายการเกษตรส่วนใหญ่จะมาจากเหตุผลทางการเมือง เพื่อให้การพัฒนาภาคเกษตรและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรเกิดความยั่งยืน จำเป็นต้องพิจารณาจาก ๓ ด้าน คือ ความเร่งด่วน ความต่อเนื่องและความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับความแตกต่างของเกษตรกร ความแตกต่างเชิงพื้นที่ การปรับโครงสร?างอุตสาหกรรมการท?องเที่ยวไทย เพื่อให?ธุรกิจการท?องเที่ยวเป?นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมทั้งเพื่อช?วยสร?างงาน สร?างรายได?และกระจายรายได?สู?ชุมชน โดยมีการแข?งขันอย?างเป?นธรรม ภายใต?การบริหารจัดการอย?างยั่งยืน การที่จะขับเคลื่อนนโยบาย/ยุทธศาสตร?ไปสู?เป?าหมายดังกล?าวได?จําเป?นต?องอาศัยป?จจัยและเงื่อนไขสนับสนุนส?งเสริมมากมาย ทั้งในด?านศักยภาพและขีดความสามารถของหน?วยงานภาครัฐการมีส?วนร?วมของภาคเอกชนและประชาชนในท?องถิ่น การพัฒนาและใช?เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมในการพัฒนาธุรกิจและการเข?าถึงตลาดกลุ?มลูกค?าเป?าหมาย เป?นต?น ข้อเสนอแนะในการจัดการความสมดุลของภาคการเกษตร ภาคการบริการ และภาคอุตสาหกรรม ควรพัฒนาใน ๕ ประเด็น คือ (๑) สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร (๒) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตร (๓) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร (๔) บริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน และ (๕) พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ โดยยึดหลักตามแผนพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงจะสามารถส่งเสริมพัฒนาสร้างความสมดุลของภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดอุบลราชธานี ให้เกิดความสมดุลในด้านการผลิต การเกษตร การบริการ การอุตสาหกรรมและความต้องการของตลาดต่อไป

คำสำคัญ

Ubon Ratchathani ProvinceภาคอุตสาหกรรมภาคการเกษตรBalancingภาคบริการagriculture sectorsindustrial sectorsservice sectorsการสร้างความสมดุล

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาศักยภาพการจัดการเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนด้วยเกษตรอินทรีย์วิถีพุทธธรรมที่สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กรณีย์ศึกษา เกษตรอินทรีย์วิถีพุทธธรรม ของมูลนิธิสวนพุทธธรรม จังหวัดลำพูน

นทีทิพย์ สรรพตานนท์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2561

ชุมชนพุทธเกษตรกับการจัดการปลูกป่าเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืนในพื้นที่อีสานใต้

พระมหาคำพันธ์ ปภากโร, ผศ.ดร. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2565

แนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ จังหวัดเชียงใหม่

จินดา จันที มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2558

การจัดการห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตรในอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

ภัทร์ธนกัลย์ เตี่ยไพบูลย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2566

การพัฒนารูปแบบการทำการเกษตรแบบผสมผสานที่เหมาะสมต่อลักษณะของการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูงของตำบลแม่สลองนอก จังหวัดเชียงราย

กฤษฎิ์พงศ์ ภาษิตวิไลธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2563

รูปแบบการเกษตรผสมผสาน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของเกษตรกรในเขตจังหวัดอุดรธานี หนองคาย และหนองบัวลำภู

นายธนพล ทีนะกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ. 2552

การพัฒนาโมเดลประสิทธิผลพุทธวิธีการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ ชุมชนการเกษตร

สุภัทรชัย สีสะใบ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

การเกษตรแนวพุทธเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจชุมชน

พระครูสุธีคัมภีรญาณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2557

การจัดการห่วงโซ่อุปทานโดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรอินทรีย์

จินดา จันที มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2558

รูปแบบการพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่ตามแนวเกษตรเชิงพุทธบูรณาการ

พระมหาวัฒนา ปญฺาทีโป (คำเคน) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2562