Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

แนวทางการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพื่อสร้างและดูแลความปลอดภัย ในพื้นที่เชื่อมต่ออาคารกับสถานีขนส่งมวลชน

ฐาปณีย์ พันธุ์เพชร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ระบบขนส่งมวลชนมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาจราจรติดขัดและช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรอบ โดยเฉพาะในเส้นทางรถไฟฟ้า พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีขนส่งมวลชนกับอาคารจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่ ทั้งนี้การไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจประเภทอาคาร พฤติกรรมการใช้ประโยชน์ รูปแบบพื้นที่เชื่อมต่อ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ การรักษาความปลอดภัย และเสนอแนะเกณฑ์การประเมินพื้นที่เชื่อมต่อสถานีขนส่งมวลชนกับอาคาร เป็นการวิจัยแบบผสมผสานด้วยการสำรวจ สัมภาษณ์ และสอบถาม ผลการศึกษาและคัดกรองเกณฑ์ จากข้อกำหนด กฎหมาย และทฤษฎี นำไปพัฒนาเครื่องมือสำหรับการประเมินสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพื่อความปลอดภัยในพื้นที่เชื่อมต่อสถานีขนส่งมวลชนกับอาคารโดยเสนอแนะเกณฑ์การประเมินประกอบด้วย 2 ปัจจัยหลัก 7 ปัจจัยย่อย เป็นเกณฑ์ 46 ข้อ ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพื่อความปลอดภัย ประกอบด้วย แนวเขต ทางเข้า และการวางตำแหน่งพื้นที่เชื่อมต่อ (จำนวน 12 ข้อ) จุดอับ และสิ่งกีดขวางการเดินทาง (จำนวน 10 ข้อ) แสงสว่าง (จำนวน 2 ข้อ) ป้ายและข้อมูล (จำนวน 7 ข้อ) ความสะอาดและการบำรุงรักษา (จำนวน 3 ข้อ) และ (2) ปัจจัยด้านการรักษาความปลอดภัย ประกอบด้วย อุปกรณ์การรักษาความปลอดภัย (จำนวน 6 ข้อ) และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (จำนวน 6 ข้อ) ผลสำรวจพื้นที่เชื่อมต่อในเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสพบว่า มีอาคารที่มีพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้ากับอาคารโดยตรงจำนวน 72 อาคาร แบ่งเป็น 7 ประเภท 3 อันดับแรก ได้แก่ อาคารศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรมตามลำดับ โดยแบ่งพื้นที่เชื่อมต่อได้เป็น 2 เกณฑ์ คือ เกณฑ์ที่ 1 แบ่งตามลักษณะของพื้นที่ได้ 4 ประเภท ได้แก่ รูปแบบ A, B, C, และแบบ D โดยมีผลจากการสำรวจพื้นที่ด้วยแบบประเมินพบว่า การมีทัศนวิสัยที่ดีตลอดการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยในการเดินทาง หากพื้นที่บริเวณทางเดินที่พบปัญหาจุดอับและสิ่งกีดขวางการเดินทางยิ่งแคบจะมีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายมากขึ้นจึงแบ่งพื้นที่เชื่อมต่อเป็นเกณฑ์ที่ 2 ตามความกว้างของทางเดินที่พบจุดอับและสิ่งกีดขวางการเดินทางได้ 2 ประเภท ได้แก่ พื้นที่ที่มีความกว้างของทางเดินบริเวณจุดอับและสิ่งกีดขวางการเดินทางเท่ากับหรือน้อยกว่า 2.00 เมตรและมากกว่า 2.00 เมตร การวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ไม่ปลอดภัยเป็น 2 แนวทาง คือ การแก้ปัญหาเชิงกายภาพและการแก้ปัญหาเชิงจัดการ โดยมีหลักการสำคัญคือการมีทัศนวิสัยที่ดีตลอดการเดินทาง การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน การมองเห็นจุดอับหรือสิ่งกีดขวางในระยะที่เหมาะสม และการกำหนดเส้นทางการเดินไปกลับด้วยสัญลักษณ์การนำทาง และพบว่านอกจากเกณฑ์การประเมินสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพื่อความปลอดภัย 2 ปัจจัยหลักแล้ว ยังพบปัจจัยที่ (3) ปัจจัยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นส่วนเติมเต็มให้พื้นที่มีความปลอดภัยมากขึ้น ได้แก่ การจัดกิจกรรมในพื้นที่ การกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในการขออนุญาตเชื่อมต่อพื้นที่ และการกำหนดสิทธิ์ของผู้บริหารพื้นที่ โดยในการจัดการการรักษาความปลอดภัยนั้นจะต้องคำนึงถึง 4 ประเด็นคือ จุดอับและสิ่งกีดขวางการเดินทาง ขอบเขตของพื้นที่ ความยาวและขนาดของพื้นที่ และความหนาแน่นของผู้ใช้งานทั้งในเวลาปกติและเมื่อมีกิจกรรม ทั้งนี้ต้องให้ความสำคัญกับการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพด้วยการเฝ้าระวังโดยธรรมชาติเพื่อสร้างและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน คำสำคัญ : เกณฑ์การประเมิน, สภาพแวดล้อมทางกายกาพ, ความปลอดภัย, การรักษาความปลอดภัย, พื้นที่เชื่อมต่อ, การป้องกันโดยธรรมชาติ

คำสำคัญ

SafetyความปลอดภัยBuildingPhysical Environmentสภาพแวดล้อมทางกายภาพอาคารConnecting AreaMass Transit Stationพื้นที่เชื่อมต่อสถานีขนส่งมวลชน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

แนวทางการออกแบบเกณฑ์มาตรฐานและการพัฒนาพื้นที่จุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจร ที่เอื้อต่อการใช้งานของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะแบบบูรณาการในเขตกรุงเทพมหานคร

ปิยะภัทร เต็มแย้ม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2559

โครงการประเมินความสามารถในการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบรางในเขตเมือง

ณกร อินทร์พยุง มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2559

กรอบการวิเคราะห์นโยบายการวางแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบสถานีขนส่งมวลชนเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ไอศูรย์ เรืองรัตนอัมพร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2560

การออกแบบ-วางแผนผังแม่บทระบบการขนส่งอย่างชาญฉลาดเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม กรณีศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้

พันธุ์ระวี กองบุญเทียม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2564

โครงการศึกษาแนวทางจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง

ฐาปนา บุณยประวิตร การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2560

การศึกษารูปแบบเมืองหลายศูนย์กลางเพื่อการพัฒนาระบบขนส่งทางรางอย่างยั่งยืน

สรารัตน์ ฉายพงษ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2561

แนวทางการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พัฒนารอบสถานีขนส่งมวลชน เพื่อเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ กรณีศึกษาสถานีศาลายา

วศพร เตชะพีรพานิช หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

แนวทางในการออกแบบพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สำหรับการสัญจร ทางบกภายในชุมชนไร้แผ่นดิน ตำบลบางชัน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

แทนศรัทธา อติอนุวรรตน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2563

การวิเคราะห์ปัจจัยด้านคมนาคมขนส่งระบบรองและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างที่ส่งผลต่อการเลือกใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงด้วยเทคนิคการสำรวจแบบจำลองสถานการณ์ : กรณีศึกษาสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

ดวงพร กาซาสบิ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พ.ศ. 2560

การบริหารทรัพยากรกายภาพอาคารสถานีรถไฟฟ้าโครงสร้างแบบยกระดับ กรณีศึกษา สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

สลิลนา ศรีวรเวทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2562