วิศวกรรมของเชื้ออีโคไลสายพันธุ์ KJ122 เพื่อผลิตกรดซักซินิกจากไซโลส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ E. coli KJ122 ได้ถูกดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้สามารถผลิตซักซิเนตในระดับความเข้มข้น และผลผลิต ที่สูงในอาหารเลี้ยงเชื้ออย่างง่ายที่มีกลูโคส ด้วยการหมักอย่างง่ายภายใต้สภาวะไร้ออกซิเจน อย่างไรก็ตาม จุลินทรีย์สายพันธุ์นี้ไม่สามารถใช้น้ำตาลไซโลสอย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากการยับยั้งกระบวนการสลายของ น้ำตาลไซโลสเนื่องด้วยกลูโคส (catabolic repression) ดังนั้นเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการนำเข้าและใช้ น้ำตาลไซโลสของเชื้อ E. coli KJ122 ยีนที่ควบคุมการขนส่งน้ำตาลไซโลสเข้าสู่เซลส์ (xylFGH) ได้ถูกยับยั้ง ด้วยเทคนิคการตัดสายพันธุกรรมทิ้ง ได้สายพันธุ์กลายพันธุ์ที่มีชื่อว่า E. coli KJ12201 (E. coli KJ122 ที่ถูกตัด ยีน xylFGH) ที่มีความสามารถในการเจริญ การใช้น้ำตาลไซโลสและการผลิตซักซิเนตที่สูงมากเมื่อเทียบกับ สายพันธุ์ตั้งต้น หลังจากการวิวัฒนาการของกระบวนการสร้างและสลาย พบว่า E. coli KJ12201-14T สามารถใช้น้ำตาลไซโลสความเข้มข้นร้อยละ 10 (โดยน้ำหนักต่อปริมาตร) อย่างมีประสิทธิภาพในการผลิตซักซิ เนตที่ความเข้มข้นสูงถึง 84 กรัมต่อลิตร โดยมีการสะสมของอะซิเตทที่ความเข้มข้น 11 กรัมต่อลิตร ในอาหาร เลี้ยงเชื้ออย่างง่าย (AM1) ภายใต้สภาวะการหมักแบบไร้ออกซิเจนแบบกะ อีกทั้งในระหว่างกระบวนการหมัก แบบกึ่งกะ พบว่า E. coli KJ12201-14T สามารถผลิตซักซิเนตที่ความเข้มข้น 84 กรัมต่อลิตร โดยมีผลผลิตอยู่ ที่ 0.85 กรัมต่อลิตรต่อชั่วโมง จากผลการทดลองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า E. coli KJ12201-14T น่าจะเป็นสาย พันธุ์ที่มีศักยภาพในการผลิตซักซิเนตจากน้ำตาลไซโลส และไฮโดรไสตที่มีน้ำตาลไซโลสซึ่งได้จากวัสดุลิกโน เซลลูโลสที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ