การรักษาระดับผลผลิตและการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดภายใต้สภาพแวดล้อมจำกัดโดยการจัดการปุ๋ยไนโตรเจนและการจัดการทางพืชไร่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปริมาณน้ำฝนตั้งแต่ปี 2524-2558 มี 15 ปีใน 35 ปีที่ฝนตกมากกว่าปกติ โอกาสที่ข้าวโพดจะเผชิญกับสภาวะน้ำท่วมขัง หรือสภาพของดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำมีถึง 44 เปอร์เซ็นต์ การเลือกพันธุ์ที่ทนทานต่อน้ำท่วมขังจึงมีความจำเป็นเพื่อลดความเสียหายของการให้ผลผลิตของข้าวโพด จึงปลูกทดสอบข้าวโพดพันธุ์แนะนำ ณ แปลงทดลองของศูนย์วิจัยข้าวโพดข้าวฟ่างแห่งชาติ วางแผนการทดลองแบบ Split plot มี 3 ซ้ำ ประกอบด้วย 3 main plot (ให้น้ำปกติ; M1, น้ำท่วมขัง 7 วันในระยะ V2; M2 และ น้ำท่วมขัง 7 วันในระยะ V6; M3) และ 3 sup plot (ข้าวโพดพันธุ์สุวรรณ 4452, นครสวรรค์ 3 และ ซีพี 888) ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายนของปี 2559 ผลการทดลองพบว่า ข้าวโพดที่ถูกน้ำท่วมขังมีการพัฒนา adventitious roots และ aerenchyma แตกต่างจากข้าวโพดที่ได้รับน้ำปกติอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้าวโพดที่ถูกน้ำท่วมขังในระยะ V2 ในส่วนของผลผลิตไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนเนื่องจากแปลงทดลองได้รับความเสียหายจากพายุในช่วงกำลังสุกแก่ทางสรีรวิทยา บางหน่วยการทดลองได้รับความเสียหายมากกว่าปกติ อย่างไรก็ตามพบว่าเมื่อน้ำท่วมขังในระยะ V2 และ V6 ผลผลิตเฉลี่ยไม่แตกต่างกับให้น้ำแบบปกติ (8.03, 7.93 and 8.21 ตัน/เฮกแตร์ตามลำดับ) ผลผลิตเฉลี่ยของทั้ง 3 พันธุ์ 8.06 ตัน/เฮกแตร์