แนวทางในการพัฒนาสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP)ในจันทบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาในการดำเนินงานกิจการของสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)ในจังหวัดจันทบุรี (2) เพื่อค้นหาคุณลักษณะของสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ลูกค้าพึงพอใจ (3) เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจด้วยแบบสอบถามและการสัมภาษณ์โดยตรง โดยการประยุกต์ใช้เทคนิคการกระจายหน้าที่เชิงคุณภาพ (QFD) ร่วมกับหลักการของคาโน (Kano Model) และมีกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่ม OTOP ในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 192 ราย กลุ่มผู้บริโภคทุเรียนทอดในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 53 ราย และกลุ่มผู้บริโภคทุเรียนทอดทั่วไปจำนวน 384 ราย ขั้นตอนการดำเนินงานเริ่มจากการศึกษาสภาพปัญหาทั่วไปของกลุ่ม OTOP การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง การศึกษาคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง การจำแนกประเภทของคุณลักษณะที่ลูกค้าด้วยหลักการของคาโน (Kano Model) และการสำรวจความต้องการของลูกค้าแล้วกระจายความต้องการของลูกค้าให้เป็นข้อกำหนดทางเทคนิคที่เหมาะสมด้วยเทคนิค QFD ผลจากการศึกษาพบว่าสภาพปัญหาในการดำเนินงานกิจการของกลุ่ม OTOP ในจังหวัดจันทบุรีที่สำคัญได้แก่ การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้มีความหลากหลาย โดยได้ 4.10 คะแนน รองลงมาได้แก่ ทักษะในการบริหารจัดการ ได้ 3.98 คะแนน ตามมาด้วย ความรู้และความสามารถของผู้นำ ได้ 3.95 คะแนน ขาดเงินทุนในการดำเนินการ ได้ 3.75 คะแนน และ สถานที่จำหน่ายสินค้า และ ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือ ได้ 3.58 คะแนนเท่ากัน เป็นต้น โดยได้คัดเลือกทุเรียนทอดเป็นผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง เนื่องจากพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทุเรียน ผลการศึกษาพบว่าคุณลักษณะของทุเรียนทอดที่ลูกค้าพึงพอใจที่สำคัญ ได้แก่ มีความกรอบ ได้ 4.41 คะแนน รองลงมา ได้แก่ ชิ้นทุเรียนเป็นแผ่นบางๆ ได้ 4.35 คะแนน ไม่เหม็นหืน ได้ 4.32 คะแนน มีรสชาติแบบธรรมชาติ ได้ 4.26 คะแนน มีคุณค่าทางโภชนาการและมีความปลอดภัย ได้ 4.25 คะแนนเท่ากัน และ บรรจุภัณฑ์ ได้ 4.22 คะแนน โดยมีแนวในการปรับปรุงและพัฒนาทุเรียนทอดให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า เรียงตามลำดับความสำคัญ ได้แก่ (1) มีบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 17.42 (2) ระยะเวลาในการจัดเก็บ คิดเป็นร้อยละ 11.63 (3) อบไล่น้ำมันให้แห้งที่สุด คิดเป็นร้อยละ 9.64 (4) ได้รับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) คิดเป็นร้อยละ 8.50 และ (5) การเลือกใช้น้ำมันทอด คิดเป็นร้อยละ 8.34 เป็นต้น