การประเมินประชาคมปลาในเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ด้วยเครื่องมืออะคูสติค
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการแพร่กระจาย ความชุกชุม และโครงสร้างประชาคมปลาในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพื่อประเมินความชุกชุมและมวลชีวภาพของปลาด้วยเครื่องมืออะคูสติคจากผลของการควบคุมการทำประมงด้วยมาตรการการกำหนดที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ โดยดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนธันวาคม 2555 ถึงเดือนมกราคม 2557 ผลการศึกษาแสดงการแพร่กระจายและความชุกชุมของปลาเชิงพื้นที่ที่ระดับความลึกของน้ำต่างๆ ทั้งในและนอกเขตพื้นที่ที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ จากข้อมูลแสดงถึงความชุกชุมของปลาในและนอกเขตพื้นที่ที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำตามช่วงเวลาในรอบวันมีปริมาณที่แตกต่างกัน ในเวลากลางคืนมีปริมาณความชุกชุมของปลาบริเวณผิวน้ำที่ระดับความลึก 1-3 เมตร ในเขตพื้นที่ที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำน้อยกว่านอกเขตพื้นที่ที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ 0.87 เท่า และปริมาณความชุกชุมของปลาในเขตพื้นที่ที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำในเวลากลางวันมีน้อยกว่า 1.85 เท่าของในเวลากลางคืน เป็นผลสืบเนื่องจากพฤติกรรมการกินอาหารในรอบวันและการหลบหลีกปลาผู้ล่า พื้นที่อ่างเก็บน้ำบริเวณผิวน้ำที่ระดับความลึก 1-3 เมตรในเวลากลางคืนพบปลาจำนวน 330 ล้านตัว และจากการประมาณมวลชีวภาพของปลาทั้งหมดเท่ากับ 26,783 ตัน หรือเท่ากับ 439.68 กิโลกรัมต่อไร่ โดยคำนวณจากน้ำหนักเฉลี่ยของปลาที่จับได้เท่ากับ 110 กรัม ปลาชนิดเด่นได้แก่ ปลาตะเพียนทอง ปลาตะโกก ปลาสร้อยขาว ปลาไส้ตัน และปลากะมังคิดเป็นร้อยละ 36.2 ของจำนวนตัว และ 42.0 ของมวลชีวภาพรวม หรือเท่ากับ 184.64 กิโลกรัมต่อไร่ จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงเขตพื้นที่ที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำของอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของสัตว์น้ำจึงควรที่จะมีการควบคุมการทำประมงอย่างเข้มงวดและเพิ่มพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเป็นแหล่งอนุบาลและวางไข่ของปลาต่อไป