Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การศึกษาสารไฟโตเคมีคอล ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อสิว และความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังจากสารสกัดพลูคาว

ทินกร เถียรสูงเนิน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

พลูคาวเป็นพืชสมุนไพรที่มีการกระจายอยู่ทั่วไปในหลายประเทศในเอเชีย พลูคาวมีการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งทางยาและเป็นอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้กล่าวถึงประสิทธิภาพของพลูคาวในยาแผนโบราณ ร่วมไปถึงสารสกัดของพลูคาวยังมีฤทธิ์ทางชีวภาพต่างๆ แม้ว่าพลูคาวจะถูกนำมาศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพแล้ว อย่างไรก็ตามฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อก่อสิว และฤทธิ์ชะลอวัยของพลูคาวยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติม ดังนั้นการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ชะลอวัย และฤทธิ์ต้านเชื้อก่อสิวของสารสกัดพลูคาว และศึกษาความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังและสารไฟโตเคมิคอลที่วิเคราะห์ด้วยเทคนิคแมสสเปกโตรเมตริก สารสกัดด้วยน้ำและเอทานอลของพลูคาว เรียกโดยย่อว่า HCA และ HCE ตามลำดับ ประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระของ HCA และ HCE ต่ออนุมูลอิสระ DPPH อยู่ที่ 11.44?0.13 และ 13.55?0.42 mg Trolox/g dry extract ในขณะที่ประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ABTS อยู่ที่ 41.98?3.90 และ 103.46?5.15 mg Trolox/g dry extract ตามลำดับ สำหรับประสิทธิภาพต่ออนุมูลอิสระ FRAP ของ HCE อยู่ที่ 136.88 ? 4.71 mg Trolox/g dry extract ซึ่งมีค่าสูงกว่าHCA อยู่ที่ 46.11?1.20 mg Trolox/g dry extract นอกจากนี้ยังพบว่า HCA และ HCE สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ collagenase ประมาณ 28.33-46.00%, เอนไซม์ elastase ประมาณ 30.00-34.33% และ เอนไซม์ hyaluronidase ประมาณ 93.87-98.72% สำหรับการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อสิว Cutibacterium acnes DMST14916 มีค่า MIC และ MBC ของ HCA อยู่ที่ 5.77 และ 5.77 mg/ml ในขณะที่ค่า MIC และ MBC ของ HCE เท่ากับ 2.47 และ 2.47 mg/ml ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่า HCE ที่มีความเข้มข้นสูงถึง 400 มก./มล. ไม่เป็นพิษต่อเซลล์แมคโครฟาจ เซลล์เคราติโนไซต์ และเซลล์ไฟโบรบลาสต์ แต่ HCA เป็นพิษต่อเซลลฺแมคโครฟาจที่ความเข้มข้น 62.5 mg/ml และเซลล์ผิวหนังทั้งสองชนิดอยู่ที่ 250 mg/ml จากการวิเคราะห์สารไฟโตเคมีคอลจากสารสกัดพลูคาวด้วยเทคนิค LC-MS/MS พบว่าสารกลุ่มฟีโนลิก กลุ่มฟลาโวนอยด์ และอนุพันธ์ของฟลาโวนอยด์ในสารสกัดพลูคาว อาจเป็นสารไฟโตเคมีคอลหลักที่ให้ฤทธิ์ทางชีวภาพต่างๆ อาทิ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านจุลชีพ และฤทธิ์ชะลอวัย เป็นต้น

คำสำคัญ

AntioxidantCytotoxicityฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระMass spectrometryความเป็นพิษanti-acneเซลล์ผิวหนังSkin cell linesเทคนิคแมสสเปกโทรเมตรีฤทธิ์ต้านเชื้อสิว

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและฤทธิ์ทางชีวภาพของพืชวงศ์ขิงในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและผลของการแปรรูป

ศิริธร ศิริอมรพรรณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืชพื้นเมืองภาคกลาง และภาคใต้ของประเทศไทย

ณัฏฐินี อนันตโชค มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2556

สารออกฤทธิ์ทางยาจากพืชสมุนไพรไทย และ การสังเคราะห์สารที่มีโครงสร้างไกล้เคียงเพื่อศึกษาการออกฤทธิ์

นายสมยศ สุทธิไวยกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2552

สารออกฤทธิ์ทางยาจากพืชสมุนไพรไทย และ การสังเคราะห์ สารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงเพื่อศึกษาการออกฤทธิ์

สมยศ สุทธิไวยกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2553

สารออกฤทธิ์ทางยาจากพืชสมุนไพรไทยและการสังเคราะห์สารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงเพื่อศึกษาการออกฤทธิ์

นายสมยศ สุทธิไวยกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2551

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง, สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ, สารสกัดข้าวพื้นเมือง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

สมจินตนา ทวีพานิชย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2562

ศึกษาสารที่มีคุณสมบัติทางยาจากพืชสมุนไพรในพื้นที่ชุมชนสะลาง จังหวัดเชียงใหม่

สุกิจ ทองแบน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

การพัฒนาวิธีการตรวจสอบสารพิษตกค้างในผักสดแบบรวดเร็วด้วยเทคนิค สเปกโตรสโคปีอินฟราเรดย่านใกล้: กรณีศึกษาในถั่วฝักยาว

ปราโมทย์ คูวิจิตรจารุ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2558

การศึกษาสารสำคัญที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืชพื้นเมืองภาคอีสาน ของประเทศไทย

วีณา นุกูลการ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557

การศึกษา สำรวจ การขยายพันธุ์ องค์ประกอบเคมีสำคัญ และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของตีนฮุ้งดอยในภาคเหนือของไทย

กรวรรณ ศรีงาม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556