การปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้ทนเค็ม ทนแล้ง และต้านทานโรคไหม้โดยวิธี ผสมกลับและใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก (ปีที่ 3)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นโครงการวิจัยต่อเนื่องปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์คล้ายข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ทนเค็ม ทนแล้งและต้านทานโรคไหม้ โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก รายงานฉบับนี้เป็นรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประเมินลักษณะทนเค็ม ทนแล้งและต้านทานโรคไหม้ของสายพันธุ์ที่พัฒนาและคัดเลือกมาโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล ในการปรับปรุงพันธุ์ได้ใช้สายพันธุ์ CSSL94 และ CSSL103 เป็นพันธุ์แม่ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ปรับปรุงมาจากขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้รับชิ้นส่วน QTL ทนแล้งบนโครโมโซมที่ 8 ส่วนสายพันธุ์พ่อ ได้แก่ สายพันธุ์ RGD4 (สายพันธุ์ผู้ให้ยีนทนเค็ม ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่ปรับปรุงมาจากขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้รับยีนทนเค็มบนโครโมโซม 1) และ สายพันธุ์ RGD2 (สายพันธุ์ผู้ให้ยีนทนเค็มและยีนต้านทานโรคไหม้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ปรับปรุงมาจากขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้รับยีนทนเค็มบนโครโมโซม 1 และยีนต้านทานโรคไหม้บนโครโมโซม 11) สายพันธุ์พ่อแม่ทั้ง 4 สายพันธุ์ได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยวิจัยค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ การพัฒนาคู่ผสมคู่แรก (CSSL94 x RGD4) ได้สายพันธุ์ข้าวผสมกลับ คัดเลือกด้วยเครื่องหมายโมเลกุล และพัฒนาจนถึงรุ่น BC2F3 คัดเลือกสายพันธุ์ที่ทนทั้งเค็มและแล้งในระยะต้นกล้าในสภาพโรงเรือน พัฒนาจนถึงรุ่น BC2F5 แล้วนำไปทดสอบผลผลิตในแปลงนาเค็มและนาแล้ง ในฤดูนาปี พ.ศ. 2564 ได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ BC2F5 no. 143 (ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 17% ในนาเค็ม 13% ในนาแล้ง) , BC2F5 no. 144 (ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 19% ในนาเค็ม 13% ในนาแล้ง) และ BC2F5 no. 321 (ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 19% ในนาเค็ม 18% ในนาแล้ง) และ สายพันธุ์ BC2F5 no. 303 ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 (47%) เฉพาะในนาเค็ม การพัฒนาคู่ผสมคู่ที่ 2 (CSSL103 x RGD4) ได้สายพันธุ์ข้าวผสมกลับ คัดเลือกด้วยเครื่องหมายโมเลกุล และพัฒนาจนถึงรุ่น BC1F3 คัดเลือกสายพันธุ์ที่ทนทั้งเค็มและแล้งในระยะต้นกล้าในสภาพโรงเรือน พัฒนาจนถึงรุ่น BC1F4 แล้วนำไปทดสอบผลผลิตในแปลงนาเค็มและนาแล้ง ในฤดูนาปี พ.ศ. 2564 ได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ BC1F4 no. 33 (ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 69% ในนาเค็ม 28% ในนาแล้ง) BC1F4 no. 46 (ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 44% ในนาเค็ม 27% ในนาแล้ง) และ BC1F4 no. 81 (ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 62% ในนาเค็ม 20% ในนาแล้ง)สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีเฉพาะในนาเค็ม คือ สายพันธุ์ BC1F4 no. 63 (ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 40% ในนาเค็ม) และสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีเฉพาะในนาแล้ง คือ สายพันธุ์ BC1F4 no. 38 (ให้ผลผลิตสูงกว่า KDML105 43%) สายพันธุ์ทั้ง 9 สายพันธุ์ ดังกล่าวนอกจากจะให้ผลผลิตสูงกว่าขาวดอกมะลิ 105 ยังมีลักษณะเมล็ดและคุณภาพหุงต้มเหมือนขาวดอกมะลิ 105 เพราะในขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์ได้ใช้เครื่องหมายโมเลกุลที่กำหนดลักษณะความหอม ความนุ่ม และอุณหภูมิแป้งสุก ร่วมกับโมเลกุลเครื่องหมายที่ใช้คัดเลือกลักษณะทนเค็มและทนแล้งด้วย การพัฒนาคู่ผสมคู่ที่ 3 (CSSL94 x RGD2) ได้พัฒนาถึงประชากรลูกผสมรุ่น F3 และคัดเลือกได้จำนวน 11 สายพันธุ์ที่ทนทั้งเค็มและแล้งในระยะต้นกล้า รวมทั้งมีความต้านทานต่อโรคไหม้ในแปลงทดสอบ ในระดับเดียวกับพันธุ์มาตรฐาน ข้าวเจ้าหอมนิล และหางยี 71 ได้แก่ F3 no. 6, F3 no. 21, F3 no. 28, F3 no. 51, F3 no. 72, F3 no. 87, F3 no. 93, F3 no. 95, F3 no. 103, F3 no. 186 และ F3 no. 2