การพัฒนารูปแบบการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเข้าถึงบริการและปัญหาอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการสร้างเสริม สุขภาพและป้องกันโรคในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรณีศึกษา จังหวัดกำแพงเพชร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสอบถาม และการอภิปรายกลุ่ม กลุ่มผู้ให้ ข้อมูลคัดเลือกตามคุณสมบัติที่กำหนดแบบเจาะจงด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและอภิปรายกลุ่มกับผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และภาคีเครือข่าย จำนวน 70 คน และกลุ่มผู้ให้ข้อมูลแบบสอบถาม คือ ผู้มารับบริการ จำนวน 418 คน จากนั้นใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและสถิติเชิงพรรณนา ผลจากการศึกษา พบว่า รูปแบบการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในการ ถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นใช้การ ตำเนินงานในรูปแบบเครือข่ายด้านสุขภาพในพื้นที่เหมือนเติม เช่น โรงพยาบาลแม่ข่ายยังคงให้การสนันยา เวชภัณฑ์ แพทย์ และเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับ รพ.สต. เหมือนก่อนถ่ายโอน แต่ยังพบปัญหาอุปสรรคในการ ให้บริการ คือ 1) จำนวนบุคลากรไม่เพียงพอต่อการให้บริการ โดยเฉพาะกรณีรพ.สต. ที่ไม่มีบุคลากรสมัครใจถ่ายโอน เลยหรือถ่ายโอนจำนวน และไม่ครบตามกรอบอัตรากำลังกำลัง 2) ไม่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวออกให้บริการที่ รพ.สต. ตามที่กฎหมายกำหนด 3) การจัตสรรงประมาณอุดหนุน รพ.สต..ล่าข้าและมีข้อจำกัดในการใช้งบประมาณ 4) บุคลากรมีความกังวลในการปฏิบัติงานตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย 5) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน มี ความกังวลเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงาน 6) การสื่อสารข้อมูลไม่ทั่วถึง 7) ในระยะยาวโรงพยาบาลแม่ข่ายอาจไม่ สามารถจัดสรรทรัพยากร (คน เงิน ของ) ให้ รพ.สต. ที่อยู่นอกสังกัดได้ ส่วนปัญหาฝั่งผู้รับบริการ พบว่าผู้รับบริการที่ ไม่มีรถหรือที่ต้องทำงานรายวันไม่สามารถเข้ารับบริการ/ร่วมกิจกรรมได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ประชาชนให้ความสำคัญ กับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคน้อย สำหรับผลการสำรวจปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสิดสินใจในการใช้บริการ สุขภาพระดับปฐมภูมิของผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในจังหวัดกำแพงเพชร พบว่า ผู้สูงอายุมีความพึงพอใจใจในการใช้บริการ สุขภาพระดับปรุมภูมิในภาพรวมอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 67.7 มีความต้องการให้จัดกิจกรรมในภาพรวมอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 51.9 โดย 5 กิจกรรมที่ผู้สูงอายุต้องการให้จัดมากที่สุด คือ การรวมกลุ่มออกกำลังกาย โรงเรียนผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุ การฝึกอาชีพสำหรับผู้สูงอายุ และการจัดให้มาพบปะกันทุกเดือนเพื่อลดการดึงเครียดของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ถ้า รพ.สต. ถ่ายโอนไปอยู่กับ อบจ. แล้ว รูปแบบบริการน่าจะดีขึ้นถึงร้อย ละ 72.8 เพราะว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารและบริการให้กับ อบจ. ที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ การ บริหารงานในด้านงบประมาณ บุคลากร รถ เครื่องมือในการให้บริการน่าจะครอบคลุมมากขึ้น ส่วนรูปแบบกิจกรรมที่ อยากให้เกิดขึ้นหลังถ่ายโอนเรียงตามลำดับที่อยากให้เกิดมากสุด คือ มีแพทย์ประจำ รพ.สต. มีการออกกำลังกาย/ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในผู้สูงอายุระหว่างรอรับยา และ มีเจ้าหน้าที่ให้บริการที่ รพ.สต. เพิ่มขึ้น ผลที่ได้จาก การศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ในการกำหนดแนวทางการจัตบริการในบริบทของ รพ.สต. สังกัด อบจงที่สนองตอบความ ต้องการมีความครอบคลุมทุกนิติและเป็นองค์รวมซึ่งจะทำให้ประชาชนมีคุณมีดี