รูปแบบการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม กลไกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม กลไกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นการศึกษาองค์ประกอบของศูนย์เตือนภัยและ เฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคมและระบบบริหารจัดการศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม เพื่อค้นหารูปแบบและแนวทางการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม ในสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-11 ให้เกิดเป็นรูปธรรม และจัดทำข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม ให้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การวิจัย ในครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed-method) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In -depth Interview) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าไคสแควร์ โดยมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การศึกษาครั้งนี้ได้ผ่าน การพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ รหัสโครงการที่ COA No.55, RMUTT_REC No. Exp 55/64 ผลการศึกษามี ดังนี้ ผลการศึกษาข้อมูลการเตือนภัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เฝ้าระวังภัยทางสังคม ผู้แจ้งเหตุ และเป็นผู้ช่วยเหลือเบื้องต้น เมื่อเกิดภัยทางสังคมกลุ่มตัวอย่างแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ที่สุดได้แก่ผู้นำชุมชน และสถานีตำรวจ โดยหน่วยงานเตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคมมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันแต่ทำได้น้อย มีนโยบายระดับพื้นที่แต่ไม่ชัดเจน ขาดการบริหารจัดการข้อมูลภัยทางสังคม ผลการศึกษาการรับรู้องค์ประกอบของศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคมพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้บทบาทหน้าที่และองค์ประกอบของศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม มีการรับรู้เกี่ยวกับลักษณะภัยทางสังคมที่เป็นรูปธรรมและภัยทางสังคมถือเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ ช่องทางการเตือนภัยทางชุมชนประกอบด้วย ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนและเสียงตามสาย และประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม ได้แก่ พฤติกรรมเสี่ยงของเด็ก และเยาวชน การใช้ความรุนแรงในครอบครัว ด้านระบบการแจ้งเตือนภัยทางสังคมพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ว่าต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการให้ชัดเจน และควรมีระบบควบคุมกำกับอยู่ที่ระดับจังหวัด ผลการศึกษาความคิดเห็นต่อระบบบริหารจัดการศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคมภาพรวมพบว่า ควรกำหนดกลไก บทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบ กระบวนการดำเนินงาน ที่มีความชัดเจน รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ ข้อมูลการเตือนภัยควรเข้าถึงง่าย สะดวก และรวดเร็ว มีบทบาทหน้าที่ในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้เสียหายหรือได้รับผลกระทบจากภัยทางสังคม การบริหารจัดการศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคมควรมีแผนกลยุทธ์ในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว กลไกการสนับสนุนศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เป็นกลไกระดับพื้นที่ในการเตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม การจัดตั้งศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม ผลการศึกษาพบว่า ควรมีการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม มีหน่วยงาน และผู้ปฏิบัติงานที่ปฏิบัติงานอย่างเฉพาะเจาะจง มีความเชี่ยวชาญในงานที่เกี่ยวกับการเตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการสังคมสงเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เป็นต้น โดยมีการศึกษารูปแบบและวิธีการทำงานของหน่วยงานที่มีลักษณะการดำเนินการเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน ทั้งศูนย์เตือนภัยภายในประเทศและศูนย์เตือนภัยในต่างประเทศ โดยรูปแบบและแนวทางการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม คือท้องถิ่นเป็นหลักร่วมกับชุมชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐ เป็นภาคีเครือข่ายในการทำงานร่วมกันรวมถึงอาสาสมัครเตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม สำหรับช่องทางในการสื่อสารควรมีการสื่อสารแบบ Two - way communication ในกรณีเร่งด่วน สามารถประสานงานและให้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รับแจ้งเรื่องแล้วสามารถมีระบบที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ภายในเวลาที่กำหนดเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ควรนำมาใช้รวบรวมข้อมูล เป็นระบบ AI และระบบสารสนเทศ เพื่อใช้ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real Time ในส่วนของการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์ไปสู่การแจ้งเตือนภัยทางสังคม ควรมีช่องทางการได้มาซึ่งข้อมูลทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคประชาสังคม รวมถึงข้อมูลที่มาจากประชาชนทั่วไป กลไกการดำเนินงานของศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคมพบว่า เป็นกลไกการคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) ให้กับประชาชน มีองค์ประกอบ ดังนี้ 1) กลไกระดับท้องที่ ควรมีศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานกาณ์ทางสังคมระดับตำบล ที่มีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จังหวัด, สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด, อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในชุมชน, ตำบล 2) กลไกระดับจังหวัด ศูนย์เตือนภัยและเฝ้าระวังสถานกาณ์ทางสังคม ควรมีทีมงานสนับสนุนที่ประกอบด้วย สำนักงานสถิติจังหวัด สถานีตำรวจ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สภาหอการค้า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ยุติธรรมจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ 3) กลไกระดับเขต โดยมีสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-11 ทำหน้าที่รับ - ส่งต่อข้อมูลข่าวสาร คัดกรอง ตรวจสอบข้อมูลภัยทางสังคม ประสานหน่วยงานระดับจังหวัด