กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ แผนงานวิจัย เรื่อง การบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติในบริบทของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจาก COVID-19 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่มย่อย และการประชุมเชิงปฏิบัติในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตอบวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ 1) ศึกษาศักยภาพของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติรวมถึงประเด็นปัญหาหรือข้อจำกัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงวิกฤติอื่นๆ 2) กำหนดเป้าหมายและแนวทางการจัดการการท่องเที่ยวของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 และวิกฤติอื่นๆ 3) วิเคราะห์ความต้องการงานวิจัยและช่องว่างงานวิจัยที่ตอบสนองต่อเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวและประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 และวิกฤติอื่น ๆ ของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ และ 4) จัดทำแผนแม่บทกรอบการวิจัยในการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ในบริบทของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจาก COVID-19 และวิกฤติอื่นๆ ในระยะ 5 ปี ผลการศึกษา พบว่า ศักยภาพของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของประเทศไทย อยู่ในระดับที่สามารถพัฒนาต่อยอดควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการให้เกิดมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม หากมีการกำหนดกรอบทิศทางในการพัฒนาให้เกิดความชัดเจน โดยใช้หลักวิชาการจากงานวิจัยเข้ามามีส่วนในการพัฒนา โดยการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการจัดการการท่องเที่ยวของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 และวิกฤติอื่นๆ ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในครอบคลุมในทั้งมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนแม่บทกรอบการวิจัยด้านมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ โดยกรอบการวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมมี 5 ด้านสำคัญ คือ 1) ด้านสภาพแวดล้อมมรดกวัฒนธรรม 2) ด้านบุคคล/เครือข่ายมรดกวัฒนธรรม 3) ด้านฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรม และ 4) ด้านแนวทางการใช้งานมรดกวัฒนธรรม และ 5) การฟื้นฟูการท่องเที่ยวในมรดกทางวัฒนธรรมภายหลังสถานการณ์โควิด-19 และวิกฤติอื่น ๆ ในส่วนของกรอบการวิจัยด้านมรดกทางธรรมชาติ มี 10 ด้านสำคัญ คือ 1) ศักยภาพของทรัพยากรสำหรับการท่องเที่ยวของมรดกทางธรรมชาติ 2) การสร้างกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวในแหล่งมรดกทางธรรมชาติ 3) การจัดการผลกระทบต่อทรัพยากรและประสบการณ์นักท่องเที่ยว 4) นักท่องเที่ยวและการตลาดอย่างยั่งยืนในมรดกทางธรรมชาติ 5) การสื่อสารและการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางธรรมชาติ 6) การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการ 7) การสร้างเครือข่ายและการขยายโอกาสการมีส่วนร่วม 8) การสร้างรายได้และการกระจายประโยชน์จากการท่องเที่ยว 9) การพัฒนาองค์กรและบุคลากรการท่องเที่ยวในมรดกทางธรรมชาติ และ 10) การฟื้นฟูการท่องเที่ยวในมรดกทางธรรมชาติภายหลังสถานการณ์โควิด-19 และวิกฤติอื่นๆ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
มีกรอบการวิจัย และฐานข้อมูลเป็นไฟล์ดิจิตอลเกี่ยวกับงานวิจัยที่ใช้ประกอบในการเป็นแนวทางในการดำเนินงานทางวิชาการของหน่วยงานในการสนับสนุนการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในมรดกวัฒนธรรมและธรรมชาติ
มีข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นปัญหาของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ และฐานข้อมูลงานวิจัย ซึ่งยังไม่ได้แยกประเด็นที่เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่เกี่ยวโยงกับการท่องเที่ยว และยังไม่มีการจัดการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
กรอบวิจัย และแผนแม่บทการวิจัยฯ ซึ่งเป็นผลผลิตสำคัญ ได้ผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ และนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
สามารถกำหนดปัญหาและเสนอแนวคิดในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาและคาดการณ์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในโครงการ.