การบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติในบริบทของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจาก COVID-19
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ แผนงานวิจัย เรื่อง การบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติในบริบทของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจาก COVID-19 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่มย่อย และการประชุมเชิงปฏิบัติในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตอบวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ 1) ศึกษาศักยภาพของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติรวมถึงประเด็นปัญหาหรือข้อจำกัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงวิกฤติอื่นๆ 2) กำหนดเป้าหมายและแนวทางการจัดการการท่องเที่ยวของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 และวิกฤติอื่นๆ 3) วิเคราะห์ความต้องการงานวิจัยและช่องว่างงานวิจัยที่ตอบสนองต่อเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวและประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 และวิกฤติอื่น ๆ ของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ และ 4) จัดทำแผนแม่บทกรอบการวิจัยในการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ในบริบทของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจาก COVID-19 และวิกฤติอื่นๆ ในระยะ 5 ปี ผลการศึกษา พบว่า ศักยภาพของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของประเทศไทย อยู่ในระดับที่สามารถพัฒนาต่อยอดควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการให้เกิดมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม หากมีการกำหนดกรอบทิศทางในการพัฒนาให้เกิดความชัดเจน โดยใช้หลักวิชาการจากงานวิจัยเข้ามามีส่วนในการพัฒนา โดยการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการจัดการการท่องเที่ยวของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติในบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ COVID-19 และวิกฤติอื่นๆ ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในครอบคลุมในทั้งมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนแม่บทกรอบการวิจัยด้านมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ โดยกรอบการวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมมี 5 ด้านสำคัญ คือ 1) ด้านสภาพแวดล้อมมรดกวัฒนธรรม 2) ด้านบุคคล/เครือข่ายมรดกวัฒนธรรม 3) ด้านฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรม และ 4) ด้านแนวทางการใช้งานมรดกวัฒนธรรม และ 5) การฟื้นฟูการท่องเที่ยวในมรดกทางวัฒนธรรมภายหลังสถานการณ์โควิด-19 และวิกฤติอื่น ๆ ในส่วนของกรอบการวิจัยด้านมรดกทางธรรมชาติ มี 10 ด้านสำคัญ คือ 1) ศักยภาพของทรัพยากรสำหรับการท่องเที่ยวของมรดกทางธรรมชาติ 2) การสร้างกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวในแหล่งมรดกทางธรรมชาติ 3) การจัดการผลกระทบต่อทรัพยากรและประสบการณ์นักท่องเที่ยว 4) นักท่องเที่ยวและการตลาดอย่างยั่งยืนในมรดกทางธรรมชาติ 5) การสื่อสารและการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางธรรมชาติ 6) การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการ 7) การสร้างเครือข่ายและการขยายโอกาสการมีส่วนร่วม 8) การสร้างรายได้และการกระจายประโยชน์จากการท่องเที่ยว 9) การพัฒนาองค์กรและบุคลากรการท่องเที่ยวในมรดกทางธรรมชาติ และ 10) การฟื้นฟูการท่องเที่ยวในมรดกทางธรรมชาติภายหลังสถานการณ์โควิด-19 และวิกฤติอื่นๆ