กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด- 19 เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ตอบสนองชีวิตวิถีใหม่หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 และศึกษาความเหมาะสมของแอพพลิเคชั่นแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ตอบสนองชีวิตวิถีใหม่หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการครั้งนี้ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว จำนาน 5 ท่าน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ทำหน้าที่ในหน่วยงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาทิเช่น สำนักงานท่องเที่ยวจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเป็นต้น จำนวน 40 ท่าน สุ่มโดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างเฉพาะเจาะจง โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเข้าร่วมสัมมนากลุ่ม (Focus group discussion) จำนวน 10 ท่าน และกลุ่มที่ให้ข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ในพื้นที่ท่องเที่ยว จำนวน 30 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย จำนวน 3 ท่าน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างเฉพาะเจาะจง ผู้เชี่ยวชาญผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแอพพลิเคชั่น จำนวน 5 ท่าน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างเฉพาะเจาะจง และผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมอในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์เพื่อตอบสนองชีวิตวิถีใหม่หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 จำนวน 150 คน โดยวิธีการสุ่มแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร, แบบสัมภาษณ์, แบบประเมิน และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยมีดังนี้ 1.1 ความหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม คือ การท่องเที่ยวที่อาศัยระบบนิเวศทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นฐาน โดยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น ภูเขา ถ้ำ น้ำตก แม่น้ำ ห้วย หนองคลอง บึง เป็นต้น หรือนิเวศในชุมชน เช่น สวน ไร่ นา และการเพาะปลูก ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เช่น การทอผ้า การทำอาหาร การแสดงพื้นบ้าน เป็นต้น รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นโบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดจากความเชื่อของคนในพื้นถิ่น เช่น บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ หินเสี่ยทายเป็นต้น 1.2 การท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิด- 19 มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 รวมถึงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวด้วยซอฟพาวเวอร์ โดยเฉพาะทุนทางด้านวัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ 1.3 สถานที่ท่องเที่ยวที่เข้ากับความหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ที่รับการคัดเลือกในการพัฒนา แอพพลิเคชั่นแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์เพื่อตอบสนองชีวิตวิถีใหม่หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 ประกอบด้วย แหล่งท่องเที่ยว 39 แห่ง ประกอบไปด้วยจังหวัดร้อยเอ็ด 9 แห่งได้แก่ ชุมชนมะอึปราสาทปรางกู่ ชุมชนกู่กาสิงห์ ชุมชนบุ่งเลิศเหนือ ชุมชนบ้านโคกกลาง ชุมชนบ้านขามเปี้ย ชุมชนหวายหลึม แหล่งท่องเที่ยวตำบลหน่อม ชุมชนท่องเที่ยวหญ้าหนอง และ ชุมชนบ้านป่าเม้าเหนือ จังหวัดขอนแก่น 9 แห่ง ได้แก่เจดีย์แก่นนคร พระธาตุขามแก่น เขื่อนอุบลรัตน์ อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน หมู่บ้านงูจงอาง หมู่บ้านเต่าเพ็ก ศาลาไหมไทย และ ปราสาทเปลือยน้อย จังหวัดมหาสารคามได้แก่ วัดป่าวังน้ำเย็น ชุมชนบ้านหม้อ ปรางกู่บ้านเขวา สะพานไม้แกดำ วนอุทยานโกสุมพี พระยืนกันทรวิชัย กลองยาววาปี พระธาตุนาดูน และ กู่บัวมาศ และ จังหวัดกาฬสินธุ์ 12 แห่งได้แก่ ชุมชนบ้านเสมาพระธาตุยาคู สวนปัญบุญ ภูปอ ชุมชนวัฒนธรรมภูไทโคกโก่ง ชุมชนวัฒนธรรมภูไทกุดหว้า วัดวังคำบ้านาวี ศูนย์วัฒนธรรมภูไทบ้านโพน ตำบลยลวิถีโนนบุรี ตำบลสหัสขันธ์ สะพานปลาท่าคันโท และ เขื่อนลำปาว 2. แอพพลิเคชั่นแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์เพื่อตอบสนองชีวิตวิถีใหม่หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 ถูกออกแบบให้เป็นแอพลิเคชั่นเผยแพร่ความรู้ ดังนั้น องค์ประกอบของแอพลิเคชั่น จึงเน้นการนำเสนอข้อมูลโดยการใช้ภาพแผนที่ท่องเที่ยว เน้นสีสันสบายตา และ ข้อมูลที่ไม่ยาวจนเกินไป ด้านข้อมูลประกอบด้วยข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม มาตรการป้องกันโควิด 19 และ ที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวโดยภาพรวมแอพพลิเคชั่นแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์เพื่อตอบสนองชีวิตวิถีใหม่หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 มีความเหมาะสมระดับมากที่สุด (x?= 4.33, S.D = 0.82) เมื่อพิจารณารายด้านจากการประเมินสูงสุดไปต่ำสุดพบว่า ด้านเนื้อหา อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด (x?= 4.36, S.D = 0.80) ด้านการออกแบบ อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด (x?= 4.34, S.D = 0.80) ด้านการใช้ภาษา อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด (x?= 4.29, S.D = 0.81) 3. โดยภาพรวมแอพพลิเคชั่นแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์เพื่อตอบสนองชีวิตวิถีใหม่หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 มีความเหมาะสมระดับมากที่สุด (x?= 4.35, S.D = 0.78) เมื่อพิจารณารายด้านจากการประเมินสูงสุดไปต่ำสุดพบว่า ด้านรูปแบบ อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด (x?= 4.45, S.D = 0.80) ด้านเนื้อหา อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด (x?= 4.33, S.D = 0.79) ด้านการใช้ภาษา อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด (x?= 4.30, S.D = 0.77)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์เพื่อตอบสนองชีวิตวิถีใหม่หลังวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาข้อมูลเชิงนิเวศวัฒนธรรม ในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์เพื่อนำไปพัฒนาแผนที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมในรูปแบบโมบายแอพพลิเคชั่นซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวในยุคที่อุปสงค์การท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นภายหลังวิกฤติโรคระบาดโควิด 19
กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางของประเทศไทย ประกอบด้วย 4จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และ กาฬสินธุ์ โดยในพื้นที่มีทรัพยากรท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรด้านการเกษตร ศาสนา โฮมสเตย์ ศิลปหัตถกรรม และกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งทรัพยากรดังกล่าวที่มีอยู่ในพื้นที่นั้นสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มสนใจเฉพาะ และมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เหมาะสำหรับการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น หมู่บ้านผ้าไหมแพรวา หมู่บ้านงูจงอาง พระธาตุนาดูน และ พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ยังขาดการรวบรวมข้อมูล ด้านนิเวศวัฒนธรรม การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและองค์ประกอบสนับสนุนการท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมทั้งยังขาดการนำเสนอ ที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว ในโลกยุคศตวรรษที่ 21