Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืน กรณีศึกษาลุ่มน้ำคลองสวนหมาก

ชัยยะ พึ่งโพธิ์สภ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ลุ่มน้ำคลองสวนหมากเป็นลุ่มน้ำย่อย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของลุ่มน้ำปิง มีพื้นที่ประมาณ 1,213.4 ตารางกิโลเมตรมีพื้นที่ป่าอยู่ทางด้านต้นน้ำประมาณ 58.9% ของพื้นที่ลุ่มน้ำ มีแม่น้ำคลองสวนหมากซึ่งมีความยาวทั้งสิ้น 110.4 กิโลเมตรเป็นลำน้ำหลัก คลองสวนหมากช่วงต้นและช่วงกลางมีลักษณะลำน้ำที่มีความลาดชันสูงประกอบกับดินส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นดินทราย และฝนที่ตกมีความเข้มสูง ส่งผลให้เกิดปัญหาการกัดเซาะหน้าดินและพัดพาตะกอน ขณะที่ช่วงปลายน้ำระหว่างฝายท่ากระดานและแม่น้ำปิงมีความลาดชันน้อย ช่วงฤดูน้ำหลากน้ำป่าจะไหลบ่าอย่างรวดเร็วทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณฝายที่ไม่มีประตูระบายน้ำ เช่น ฝายหนองปิ้งไก่ และหากไม่สามารถระบายน้ำลงแม่น้ำปิงได้ทันเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำปิงสูง จะเกิดน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองนครชุมซึ่งตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำคลองสวนหมาก งานวิจัยนี้ได้ตั้งเป้าหมายเพื่อหารูปแบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม การกัดเซาะหน้าดินและการตกตะกอนหน้าฝาย โดยมุ่งหวังว่าเมื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จะทำให้ลุ่มน้ำคลองสวนหมากเป็นลุ่มน้ำต้นแบบ (ค่า Water Management Index, WMI ?4) ปัจจุบันค่า WMI ของลุ่มน้ำคลองสวนหมากมีค่า 3.31 ดังนั้นถ้าต้องการพัฒนาลุ่มน้ำคลองสวนหมากให้เป็นต้นแบบ (Model) จำเป็นต้องปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำ 6 มิติ จาก 8 มิติ โดยต้องเน้นหาแนวทางทางการปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำในมิติที่ WMI มีค่าต่ำก่อน ซึ่งได้แก่มิติที่ 1 (ต้นทุนทรัพยากรน้ำ) มิติที่ 3 (ความมั่นคงของน้ำเพื่อการพัฒนา) และมิติที่ 8 (การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ) อย่างไรก็ตามลุ่มน้ำคลองสวนหมากมีเครื่องมือและบุคลากรที่จำกัด หากยังคงบริหารจัดการน้ำแบบเดิมจะทำให้ลุ่มน้ำคลองสวนหมากไม่สามารถเป็นลุ่มน้ำต้นแบบได้ ซึ่งปัจจุบันพบว่าน้ำต้นทุนในลุ่มน้ำคลองสวนหมากมีปริมาณมาก แต่แหล่งเก็บกักน้อย นอกจากนี้ยังไม่สามารถวางแผนการจัดสรรน้ำได้ตามความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่จริง เนื่องจากการขาดข้อมูลในการตัดสินใจ เช่น ปริมาณน้ำต้นทุนที่มี ความต้องการน้ำจริงของเกษตรกร โดยต้องสามารถระบุได้ถึง พื้นที่ ปริมาณ และช่วงเวลา ที่เกษตรกรต้องการน้ำจริง งานวิจัยนี้จึงได้ทำการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในลุ่มน้ำคลองสวนหมากแบบองค์รวมโดยการมีส่วนร่วมของกลุ่มประชาชนและเจ้าหน้าที่ภาครัฐในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้เพื่อ 1) ศึกษาเพื่อหารูปแบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาภัยแล้ง 2) ศึกษาสภาพน้ำหลากและพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงภาวะอุทกภัย 3) ศึกษาปริมาณการกัดเซาะหน้าดินและแนวทางการลดการตกตะกอนหน้าฝาย 4) พัฒนากลไกเพื่อจัดสรรน้ำโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ชลประทานตามเวลาจริง ซึ่งมีวิธีการวิจัยเริ่มจากการศึกษาความพร้อมของประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ความพร้อมของแหล่งน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาและความต้องการในการบริหารจัดการน้ำ จากนั้นได้วางระบบการประเมินความต้องการน้ำชลประทานตามเวลาจริงที่มีความแม่นยำตามสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา ดำเนินการติดตั้งสถานีตรวจวัดภูมิอากาศและวัดน้ำอัตโนมัติในตำแหน่งที่สำคัญของพื้นที่ จากนั้นได้พัฒนาระบบจัดสรรน้ำและติดตามประเมินการส่งน้ำในพื้นที่ชลประทานตามเวลาจริง (Real Time) และพัฒนาแนวทางการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการน้ำ ลดปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย ทั้งในด้านการเสริมสร้างความพร้อมของผู้ใช้น้ำ และเจ้าหน้าที่ จากผลการดำเนินการวิจัยทำให้ทราบถึง คุณลักษณะทั่วไปของลุ่มน้ำ ข้อมูลอุตุ-อุทกวิทยา สภาพดินและทรัพยากรน้ำ ระบบการเกษตรและชลประทาน ปริมาณความต้องการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองสวนหมากทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทานเท่ากับ 388.9 ล้าน ลบ.ม./ปี นอกจากนี้ได้ใช้แบบจำลองคณิศาสตร์ SWAT มาวิเคราะห์และประเมินปริมาณน้ำท่า สมดุลน้ำโดยมีปริมาณน้ำผิวดิน 574.7 ล้าน ลบ.ม./ปี ปริมาณน้ำใต้ดิน 96.4 ล้าน ลบ.ม./ปี และปริมาณน้ำคายระเหย 831.2 ล้าน ลบ.ม./ปี และปริมาณตะกอนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองสวนหมาก จากนั้นใช้แบบจำลอง Mike hydro basin สนับสนุนในการคำนวณที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อประเมินถึงความเพียงพอของปริมาณน้ำสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พบว่าจากการแบ่งลุ่มน้ำย่อย 37 ลุ่มน้ำ มีจำนวนลุ่มน้ำย่อยทั้งหมด 19 ลุ่มน้ำที่มีความต้องการน้ำเพื่อการเกษตร ในจำนวนนี้มี 17 ลุ่มน้ำย่อยที่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยทั้งลุ่มน้ำคลองสวนหมากมีการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรเฉลี่ยรวมกันทั้งหมด 35.65 ล้าน ลบ.ม./ปี หรือคิดเป็น 17.47% ของความต้องการน้ำเพื่อการเกษตร และจากการวิเคราะห์สภาพการเกิดน้ำท่วมด้วยแบบจำลอง MIKE11 พบว่ามีปริมาณน้ำท่วมสูงสุดประมาณ 31.49 ตร.กม. ในปี พ.ศ. 2554 และประมาณ 50% เกิดในพื้นที่ตำบลนครชุม ส่วนการคำนวณปริมาณการสูญเสียดิน ได้ใช้โปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์(Geographic Information System; GIS) ช่วยในการจัดการชั้นข้อมูล และจัดทำแผนที่ตามแบบจำลองคณิตศาสตร์ของสมการการสูญเสียดินสากล (Universal Soil Loss Equation; USLE) ซึ่งได้ปริมาณการชะล้างพังทลายของดินเท่ากับ 2,179,210 ตัน/ปี นอกจากนี้ยังได้ประเมินปริมาณตะกอนที่ไหลผ่านฝายคลองสวนหมากและฝายท่ากระดาน และได้ดำเนินการติดตั้งสถานีตรวจวัดภูมิอากาศอัตโนมัติ 4 สถานี(RID-KU001 ถึง RID-KU004) สถานีวัดน้ำอัตโนมัติ 8 สถานี(RID-KU-WL001 ถึง RID-KU-WL008) และพัฒนาระบบจัดสรรน้ำและติดตามประเมินการส่งน้ำในพื้นที่ชลประทานตามเวลาจริง(https://eng.kps.ku.ac.th/irrisat2/home.html) นอกจากนี้ยังได้เสนอแนวทางการพัฒนาระบบการควบคุม ปตร.ปลายคลองสวนหมาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชนที่อยู่ปลายคลอง เมื่อโครงการวิจัยนี้สำเร็จลงจะช่วยให้ลุ่มน้ำคลองสวนหมากมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยในการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ลุ่มน้ำคลองสวนหมากเป็นต้นแบบการบริหารจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำต่อไป นอกจากนี้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ได้กับโครงการชลประทานหรือลุ่มน้ำอื่น ๆ ได้อีกด้วย

คำสำคัญ

การมีส่วนร่วมParticipationDroughtภัยแล้งลุ่มน้ำคลองสวนหมากKhlong Suan Mak BasinWater Management Modelต้นแบบการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำย่อยSubbasin

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาศักยภาพพื้นที่รองรับน้ำหลากเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งในลุ่มน้ำชีตอนบน

วิษุวัฒก์ แต้สมบัติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2559

การวิเคราะห์และกำหนดตำแหน่งพื้นที่กักเก็บน้ำชุมชนตามแนวแม่น้ำมูลของจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ เพื่อบรรเทาภัยแล้งและน้ำท่วม(ชื่อเดิม การวิเคราะห์และกำหนดตำแหน่งพื้นที่กักเก็บน้ำชุมชนตามแนวแม่น้ำมูลของจังหวัดยโสธรและสุรินทร์เพื่อบรรเทาภัยแล้งและน้ำท่วม)

มนตรี ชูวงษ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การวิเคราะห์พื้นที่อ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำลาภาชี

คมสัน คีรีวงศ์วัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

โครงการศึกษาประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองลัดโพธิ์และแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใกล้เคียงภายหลังการปรับปรุงคลองลัดโพธิ์

นางกัญญา อินทร์เกลี้ยง กรมชลประทาน พ.ศ. 2551

การประเมินอัตราการเติมน้ำบาดาลตามธรรมชาติโดยใช้เทคนิคไอโซโทปและแบบจำลองการไหลของน้ำบาดาล ในเขตวิกฤติน้ำบาดาล พื้นที่แอ่งเจ้าพระยาตอนบน

เกียรติพงษ์ คำดี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564

พื้นที่รอบนอกของชายแดน ในกระแสการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มแม่นํ้าโขง

ปฐมพงศ์ มโนหาญ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2559

โครงการ "ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ทั้งลุ้มน้ำปากพนัง" ส่วนการศึกษาปริมาณตะกอนในลุ่มน้ำปากพนัง

ธีระ ทองขาว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. 2551

คุณภาพดินป่าชายเลนลุ่มน้ำบางประกง

กรรณ จินดาประเสริฐ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2551

Assessment of Morphometric and Hydrological Properties of Small Watersheds in East Java Regions

พ.ศ. 2562

พื้นที่บริหารจัดการน้ำต้นแบบโดยชุมชนของอ่างเก็บน้ำชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดน่าน

สุวัฒน์ พาหุสุวัณโณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563