การพัฒนาระบบเนียร์อินฟราเรดเพื่อใช้ตรวจสอบปริมาณสารออกฤทธิ์ในฟ้าทะลายโจร บัวบก และขมิ้นชันสำหรับการซื้อขายผลผลิต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การควบคุมคุณภาพเชิงปริมาณของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในสมุนไพรถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญและส่งผลต่อประสิทธิภาพที่ดีของผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ปริมาณสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรโดยทั่วไปจะใช้วิธีการสกัดและวิเคราะห์ทางเคมีระดับห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะการใช้วิธีโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography, HPLC) แต่วิธีดังกล่าว มีข้อจำกัด คือ ใช้เวลาในการวิเคราะห์นานและทำลายตัวอย่าง ส่งผลให้ไม่สามารถใช้ตรวจสอบวัตถุดิบสมุนไพรได้ทั่วถึงหากมีปริมาณมาก ดังนั้นวิธีการที่มีความรวดเร็วและเชื่อถือได้ในการวิเคราะห์ปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจึงเป็นที่ต้องการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมคุณภาพสมุนไพร งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการใช้เทคโนโลยีเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (Near-infrared (NIR) spectroscopy) เพื่อตรวจสอบปริมาณสารออกฤทธิ์ในผงสมุนไพรแบบรวดเร็ว โดยใช้ตัวอย่างผงสมุนไพร 3 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน (n=254) บัวบก (n=200) และฟ้าทะลายโจร (n=160) ทำการวัดค่าการดูดกลืนแสงของผงตัวอย่างด้วยเครื่องมาตรฐาน NIR spectrometer 3 เครื่อง คือ เครื่อง NIR-Flex Solid, 1000 – 2500 นาโนเมตร (Buchi, Switzerland) เครื่อง MPA II, 866 – 2530 นาโนเมตร (Bruker, Germany) และเครื่อง SpectraStar 2500X-RTW, 680 – 2500 นาโนเมตร (Unity, USA) โดยใช้อุปกรณ์ใส่ตัวอย่าง 2 แบบ คือ powder cup และ glass vials นำตัวอย่างไปวิเคราะห์ปริมาณสารออกฤทธิ์ที่สนใจ ได้แก่ ปริมาณสาร bisdemethoxycurcumin, desmethoxycurcumin, curcumin, total curcuminoids ในขมิ้นชัน, ปริมาณสาร madecassoside, asiaticoside ในบัวบก, ปริมาณสาร andrographolide (AP1), 14-deoxy-11,12-didehydroandrographolide (AP3), neoandrographolide (AP4), 14-deoxyandrographolide (AP6), total andrographolides (total AP) ในฟ้าทะลายโจร และปริมาณความชื้นในตัวอย่างสมุนไพรทั้งสามชนิดด้วยวิธีมาตรฐาน คำนวณสร้างสมการ NIR ด้วยวิธีความถดถอยพหุเชิงเส้นของวิธีกำลังสองน้อยสุดเชิงส่วน โดยใช้ข้อมูลสเปกตรัมเริ่มต้นและที่ผ่านการปรับแต่ง ผลที่ได้พบว่าสมการ NIR ที่ดีที่สุดของแต่ละสมุนไพรสามารถวิเคราะห์ปริมาณองค์ประกอบที่สนใจได้ถูกต้อง โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ (R2) มากกว่า 0.84 ขึ้นไป ผลการวิเคราะห์ข้อมูล NIR ด้วยวิธี moving window partial least squares regression (MWPLSR) เพื่อเลือกช่วงความยาวคลื่นไม่เกิน 1700 นาโนเมตร มาใช้สร้างสมการเป็นแนวทางการพัฒนาเครื่องต้นแบบขนาดเล็ก พบว่า สมการที่ได้จากการคำนวณด้วยช่วงที่คัดเลือกได้ส่วนใหญ่จะให้ค่าความคลาดเคลื่อนในการวิเคราะห์ปริมาณตัวอย่างชุดทดสอบเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบผลวิเคราะห์กับผลที่ได้จากสมการที่ใช้ตลอดช่วงความยาวคลื่นด้วยวิธี T-test พบว่าผลการวิเคราะห์ไม่แตกต่างทางสถิติ (P>0.05) ผลงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าเทคนิค NIR สามารถใช้ประเมินปริมาณสารออกฤทธิ์ในผงฟ้าทะลายโจร บัวบก และขมิ้นชันแบบรวดเร็วได้และสามารถใช้เป็นแนวทางสําหรับการพัฒนาเครื่องต้นแบบ NIR ขนาดเล็ก