การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่าชนิดกินได้ร่วมไม้เศรษฐกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพในจังหวัดนครพนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เห็ดป่าเอคโตไมคอร์ไรซาเป็นเห็ดป่ากินได้ที่มีมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับเห็ดเศรษฐกิจ จึงมีผลเพื่มรายได้ทางเศรษฐกิจของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่ป่านั้นๆ พบในประเทศไทยได้แก่ กลุ่มเห็ดระโงก กลุ่มเห็ดตะไคล กลุ่มเห็ดเผาะ กลุ่มเห็ดผึ้ง และกลุ่มเห็ดรวม เป็นต้น เห็ดป่าเอคโตไมคอร์ไรซาเป็นราดินที่อยู่ร่วมกับรากพืชแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การเจริญเติบโตของราเอคโตไมคอร์ไรซาเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ ในสภาพแวดล้อม เห็ดป่าเอคโตไมคอร์ไรซาอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารประกอบฟีนอลิค โทโคฟีรอล กรดแอสคอร์บิก และแคโรทีนอยด์ จึงมีคุณสมบัติในการป้องกันรักษาโรคเรื้อรังต่างๆ ดังนั้น เห็ดป่าจึงมีบทบาทที่สำคัญและประโยชน์ทั้งในระบบนิเวศ การเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมยา การถ่ายทอดเทคโนโลยีจะครอบคลุมตั้งแต่การให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดป่าชนิดกินได้ร่วมไม้เศรษฐกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพในจังหวัดนครพนม โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเห็ดที่มีศักยภาพในจังหวัดนครพนม ผลของโครงการนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพและรายได้จากการการเพาะเห็ดป่าชนิดกินได้ร่วมไม้เศรษฐกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพในจังหวัดนครพนม การส่งเสริมวิสาหกิจผู้ผลิตให้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน เกิดกลุ่มวิสาหกิจแม่ข่ายต้นแบบการการเพาะเห็ดป่าชนิดกินได้ร่วมไม้เศรษฐกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ สร้างผู้นำกลุ่มในการถ่ายทอดความรู้ และสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มวิสาหกิจ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่าร่วมไม้เศรษฐกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ จึงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมศักยภาพของวิสาหกิจในการเพาะเห็ดป่าที่มีมูลค่าสูงและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างนักวิจัยกับกลุ่มผู้ใช้เทคโนโลยี ดังนั้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับวิสาหกิจชุมชนจะนำไปสู่การพัฒนาด้านส่งเสริมความมั่นคงทางวิสาหกิจซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรของรัฐบาล ท้ายสุดโครงการการจัดการความรู้นี้จะนำไปใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ตามแนวพระราชดำริอย่างแท้จริง