Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การจัดการความรู้และพัฒนาทักษะการใช้กฎหมายดิจิทัลในศตวรรษที่21

บุญเลิศ โพธิ์ขำ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

Digital Economy คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตมวลรวมของประเทศให้ทันกับโลกในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ Knowledge Economy หรือ เศรษฐกิจบนพื้นฐานของความรู้ และ Creative Economy ที่วางเป้าหมายในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้กับสินค้าและการบริการผ่านทางนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากใช้เทคโนโลยี Digital ทั้งการเล่น Facebook, Smartphone และ Tablet แต่สิ่งที่พบมากที่สุดคือการใช้เพื่อความบันเทิง และไม่ได้ถูกนำใช้ในด้านการทำงานมากนัก ดังนั้น การเร่งพัฒนาความรู้ การสร้างความตระหนักด้านการใช้เทคโนโลยี Digital ให้กับทุกภาคส่วนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งภาคธุรกิจ การศึกษา ราชการ เกษตรกรรม การท่องเที่ยว การขนส่ง และการทำอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ Digital Economy โดยเน้นการปฏิรูปการศึกษาให้เยาวชนไทยมีความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น มีพื้นฐานของงานวิจัยและพัฒนาทางด้านไอทีเพื่อลดการนำเข้าอุปกรณ์ Hardware, Communication และ Software จากต่างประเทศ ทั้งยัง พัฒนาให้มีการใช้ซอฟต์แวร์ที่ผลิตภายในประเทศ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลกโดยผลิตบุคลากรที่มีความสามารถทางด้านไอทีให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน เมื่อสังคมไทยมีความตระหนักด้าน Digital มากขึ้นการใช้ข้อมูลออนไลน์ต่างๆ ก็มากขึ้นด้วย สังคมและธุรกิจก็จะเข้าสู่การเป็น Digital Economy และเศรษฐกิจของสังคมไทยจะก้าวเข้าสู่ Real-Time Economy แต่อย่างไรก็ตามการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเมื่อมีด้านดีก็ย่อมมีด้านเสียจากข้อมูลที่มีการนำเสนอบนเวที Thailand Zocial Awards พบว่าพื้นที่บน Instagram ของดาราระดับแม่เหล็ก เช่น อั้ม-พัชราภา, ชมพู่ - อารยา, ใหม่-ดาวิกา ฯลฯ ซึ่งมียอดผู้ติดตามหลักล้านคนนั้น ล้วนเคยเป็นช่องทางการฝากร้านของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ จุดนี้เองที่หลายคนมองว่าเป็นการใช้พื้นที่ดังกล่าวหาประโยชน์ และสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่เจ้าของ IG พอสมควรนั่นจึงนำมาซึ่งความน่าสนใจของ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับ 2) พ.ศ.2560 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่โดยสาระสำคัญของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่นั้น กำหนดว่า ลักษณะการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ - อีเมลโฆษณา ที่มีลักษณะก่อความรำคาญเดือดร้อนแก่ผู้รับ และไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับสามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์ได้ เข้าข่ายถือเป็นสแปม และมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งการฝากร้านบน Facebook หรือ IG ก็เข้าข่ายการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายข้างต้นด้วย (มาตรา 11)แต่เมื่อหันมาดูมูลค่าของตลาด E-Commerce แยกตามช่องทางการขายและอุตสาหกรรม (อ้างอิงจากงาน Thailand Zocial Awards 2017) นั้น พบว่า ในธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง มูลค่าการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Social Media นั้นมีสูงเกือบ 270,000 ล้านบาท โดยสินค้าที่มักมีการฝากร้านตาม IG ดารา เป็นสินค้าหมวดแฟชั่น 71% หมวดสุขภาพและความงาม 22% หมวดสินค้าแม่และเด็ก 4% และหมวดอุปกรณ์ไอที 3% นั่นจึงเป็นที่มาของคำถามว่า แล้วหลังจากนี้ รูปแบบการค้าขายบนแพลตฟอร์ม Social Media อย่าง Instagram จะประสบปัญหาหรือไม่อย่างไรอย่างไรก็ดี กฎหมายฉบับนี้ก็ได้เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีสามารถออกประกาศกำหนดลักษณะและวิธีการส่ง รวมทั้งลักษณะและปริมาณของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ และลักษณะอันเป็นการบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่ายเอาไว้ด้วยนั่นจึงหมายถึงว่า การออกประกาศกำหนดในลักษณะดังกล่าวเป็นประเด็นที่น่าติดตาม เพราะประกาศฉบับนี้จะเป็นตัวชี้ว่า สิ่งใดทำได้ หรือทำไม่ได้ และทำได้แค่ไหนอย่างไร นั่นเองประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ที่น่าสนใจได้แก่ 1) การทำลาย แก้ไข ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนของข้อมูลคอมพิวเตอร์ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 9)การระงับ ชะลอ ขัดขวาง รบกวนระบบของผู้อื่นจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 10) 2) การโพสต์ข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอม จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทการโพสต์ข้อมูลเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ หรือทำให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท 3) การโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร - การก่อการร้าย จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทการกด Like ทำได้ไม่ผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ยกเว้นการกด Like ข้อมูลที่มีฐานความผิดดังที่กล่าวมาข้างต้น 4) การกด Share ถือเป็นการเผยแพร่ หากข้อมูลที่แชร์มีผลกระทบต่อผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะที่กระทบต่อบุคคลที่ 3 5) ผู้ดูแลระบบ หรือแอดมินเพจที่เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น เมื่อพบเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ถ้าได้รับการแจ้งเตือนแล้วลบออกไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้าไม่ยอมลบออก โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 6) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ต้องขยายเวลาการเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) เอาไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน และกรณีที่จำเป็น อาจสั่งให้ขยายเป็น 2 ปี สาเหตุที่ขยายเวลาเนื่องจากเทคโนโลยีมีความเปลี่ยนแปลง รูปแบบการกระทำความผิดจึงอาจซับซ้อนมากขึ้น 7) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทำให้ระบบทำงานไม่ปกติ ทำให้บาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท 8) การโพสต์ภาพลามกและสามารถแชร์สู่ประชาชนคนอื่นได้ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท 9) การโพสต์ภาพของผู้อื่นที่เกิดจากการสร้าง ตัดต่อ หรือดัดแปลง ที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท 10) การโพสต์ภาพผู้เสียชีวิต หากเป็นการโพสต์ที่ทำให้บิดามารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ประเด็นในการวิจัย 1. ความรู้พื้นฐานด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับในยุค Digitalประกอบด้วย 1) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2) กฎหมายลิขสิทธิ์ 3) กฎหมายเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ (Cyber Bullying) 4) ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 5) จรรยาบรรณการใช้ IT 2.การฝึกปฏิบัติทักษะการใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับ Digitalประกอบด้วย1) การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ก่อความเสียหายให้บุคคลอื่น (การนำข้อมูลที่ไม่เหมาะสมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว) 2) อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน 3) กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 4) ธุรกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ 5) จรรยาบรรณการใช้ IT 6) สร้างความตะหนักรู้กฎหมายในยุค Digital 7) กฎหมายที่เกี่ยวข้องด้าน การค้าออนไลน์ การสั่งซื้อ ขาย สินค้าภาษีออนไลน์ 8) จิตอาษาด้านกฎหมาย Digital จากความสำคัญในการที่ต้องจัดการความรู้การจัดการความรู้และพัฒนาทักษะการใช้กฎหมายดิจิทัลในศตวรรษที่21 และผลการวิจัยดังกล่าวข้างต้นคณะผู้วิจัยจึงได้เสนอโครงการจัดการความรู้การจัดการความรู้และพัฒนาทักษะการใช้กฎหมายดิจิทัลในศตวรรษที่21 มาขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายโดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้แก่ 1. สภาทนายความจังหวัดนครพนม 2. สำนักงานอัยการจังหวัดนครพนม 3. ศาลยุติธรรมจังหวัดนครพนม 4. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม 5. สำนักงานจังหวัดนครพนม 6. มหาวิทยาลัยนครพนม 7. สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม 10. สื่อมวลชนจังหวัดนครพนม 11. สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครพนม 12. ศูนย์ดำรงธรรม 13. ป.ป.ช. จังหวัดนครพนม 14.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครพนม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะใช้องค์ความรู้ที่เกิดจากงานวิจัยมาขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะใช้องค์ความรู้ที่เกิดจากงานวิจัยโดยให้เยาวชนและประชาชนให้มีความรู้พื้นฐานด้านกฎหมายดิจิทัลในศตวรรษที่21 สร้างความตระหนักเพื่อให้เกิดการกระตุ้นและตื่นตัวในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและให้ประชากรมีความตระหนักและสามารถเข้าถึงรู้จักและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยใน 5 ปีร้อยละ75ของประชากรประเทศ (2560-2565 )สอดคล้องนโยบายรัฐบาลในการนโยบายรัฐบาลในข้อที่ การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุข ของ ปลูกจิตสํานึก เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีความเป็นชาติไทย การมี จิตสาธารณะและการมีส่วนร่วมทําประโยชน์ให้ประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ความสามัคคีปรองดองและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างกันของประชาชน โดยสถาบันการศึกษาสอดแทรกการปลูกฝังวินัยของคนในชาติหลักคิดที่ถูกต้อง สร้างค่านิยม “ประเทศไทยสําคัญที่สุด” การเคารพกฎหมายและกติกาของสังคม ปรับสภาพแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกสถานศึกษาให้เอื้อต่อการมีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะและปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐในการปรับเปลี่ยนกระบวนการอนุมัติอนุญาตของทางราชการ ที่มีความสําคัญต่อการประกอบธุรกิจและดําเนินชีวิตของประชาชนให้เป็นระบบดิจิทัล และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐได้อย่างทันทีและทุกเวลาสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายอำนาจ และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

คำสำคัญ

Knowledge Managementการจัดการความรู้21st CenturySkills Developmentศตวรรษที่21พัฒนาทักษะDigital Lawกฎหมายดิจิทัล

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล

คนึงนิจ คชศิลา พ.ศ. 2560

โครงการศึกษาธุรกรรมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)

นายณัฐพล ลีลาวัฒนานันท์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2561

Challenges of Management in the Digital Economy

พ.ศ. 2563

บทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมใน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

ศรุดา สมพอง พ.ศ. 2562

กรอบกฎหมายขององค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

อรอมล อาระพล พ.ศ. 2561

การจัดการความรู้ เพื่อก้าวสู่องค์กรดิจิทัลในยุคเทคโนโลยีพลิกผัน

สิริกร บำรุงกิจ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2563

การพัฒนาผู้ประกอบการไทยเพื่อรองรับการพัฒนาสู่เศรษฐกิจภาคดิจิทัล

นันทพร ดำรงพงศ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2558

เครื่องมือการพัฒนาองค์การในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลสำหรับการเป็นองค์การที่มีขีดสมรรถนะสูง

เฉลิมชัย กิตติศักดิ์นาวิน มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

Factors influencing the digital business strategy

พ.ศ. 2560

แนวทางการพัฒนาบุคลากรทางการขายเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

สุรางค์รัตน์ แสงศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2561