รูปแบบและกระบวนการขับเคลื่อนการดูแลและรักษาสุขภาพด้วยตนเองสำหรับชุมชนตามแนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ ชื่องานวิจัย : รูปแบบและกระบวนการขับเคลื่อนการดูแลและรักษาสุขภาพด้วยตนเอง สำหรับชุมชนตามแนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงราย ชื่อผู้วิจัย : พัชรา ก้อยชูสกุลและคณะ สาขาวิชา คณะ : โปรแกรมวิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา : 2554 อาจารย์ที่ปรึกษา : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ลี้ตระกูล สุขภาพของประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การเพิ่มความสามารถในการดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองของประชาชนย่อมเกิดประโยชน์อย่างมาก การวิจัยรูปแบบและกระบวนการขับเคลื่อนการดูแลและรักษาสุขภาพด้วยตนเองสำหรับชุมชนตามแนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงรายครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบและกระบวนการขับเคลื่อนการดูแลและรักษาสุขภาพด้วยตนเองสำหรับชุมชนตามแนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงราย เป็นโครงการภายใต้ชุดโครงการการดูแลรักษาสุขภาพด้วยตนเองสำหรับชุมชนตามแนวตะเข็บชายแดนจังหวัดเชียงราย ที่ทำการวิจัยในพื้นที่ที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในเขตอำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสนและอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาข้อมูลจาก 2 โครงการในชุดโครงการเดียวกัน คือ โครงการศึกษาบริบทของการดูแลและรักษาสุขภาพด้วยตนเองสำหรับชุมชนตามแนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงราย และการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดูแลและรักษาสุขภาพด้วยตนเองสำหรับชุมชนตามแนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงราย รวมทั้งวิเคราะห์จากเอกสาร ตำรา บทความและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และการทำอภิปรายกลุ่มกับประชาชนและบุคลากรทางสาธารณสุขในพื้นที่เป้าหมาย และได้จัดทำเป็นรูปแบบและกระบวนการขับเคลื่อนการดูแลและรักษาสุขภาพด้วยตนเอง สำหรับชุมชนตามแนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงราย และให้ผู้มีส่วนได้เสียและผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงให้มีความเป็นไปได้และเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทมากขึ้น จึงได้ผลการวิจัยดังนี้ รูปแบบการดูแลและรักษาสุขภาพนั้น นอกจากเป็นผลจากนโยบายของภาครัฐที่กระจายลงมาสู่หน่วยงานในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นตามลำดับแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ส่งผลอยู่ 6 ประการ คือ การป้องกันโรค ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การรับรู้ข่าวสาร การส่งเสริมสุขภาพ การจัดการสุขภาพในชุมชน และวัฒนธรรมในท้องถิ่น และทุกปัจจัยต้องให้ความสำคัญทั้ง 3 ระดับ คือ 1) ระดับ 2) ระดับครอบครัว และ 3) ระดับบุคคล ในขณะที่กระบวนการขับเคลื่อนรูปแบบจะแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1) การสร้างความตระหนักด้วยตนเอง 2) การขับเคลื่อนด้านความรู้ 3) การขับเคลื่อนด้านสังคม และ 4) การขับเคลื่อนด้านนโยบาย โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน คือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้นำทางการศึกษา ผู้นำทางศาสนา และประชาชนทั่วไป