การพัฒนาเคโมเซนเซอร์ร่วมกับอนุภาคนาโนทองสำหรับตรวจวัดตะกั่วและการประยุกต์ใช้สำหรับสร้างแผ่นสตริปเพื่อตรวจวัดในภาคสนาม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ตะกั่วเป็นสารพิษและสามารถถ่ายถอดไปในโซ่อาหาร ถึงแม้ว่าร่างกายจะได้รับตะกั่วที่ ในระดับต่ำก็สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงได้ โดยเฉพาะความบกพร่องทางสติปัญญาในเด็ก ดังนั้นงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแผ่นสตริปสำหรับตรวจหาตะกั่วโดยใช้เทคนิคเคโมเซนเซอร์ ใช้อนุพันธ์โรดามีน อาร์ดีบี เป็นโพรบสำหรับตรวจวัดตะกั่ว อนุพันธ์โรดามีน อาร์ดีบี จะเกิดปฏิกิริยากับตะกั่วทำให้สีของโพรบเปลี่ยนจากไม่มีสีเป็นสีชมพู ตรวจวัดความเข้มสีด้วยสมาร์ทโฟน จากนั้นนำหลักการนี้มาประยุกต์สร้างเป็นแผ่นสตริป โดยแผ่นสตริปจะสร้างจากกระดาษ และใช้อนุภาคนาโนทองเพื่อเพิ่มความไววิเคราะห์ ขั้นแรกสังเคราะห์อนุพันธ์โรดามีน อาร์ดีบีและอนุภาคนาโนทอง หาสภาวะพารามิเตอร์ที่เหมาะสมของแผ่นสตริป ได้แก่ ความเข้มข้นของอนุพันธ์โรดามีน อาร์ดีบี พีเอช และเวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกิริยา ศึกษาประสิทธิภาพของแผ่นสตริปสำหรับตรวจวัดตะกั่ว ผลการทดลองพบว่าความเข้มข้นของอนุพันธ์โรดามีน อาร์ดีบีที่เหมาะสม คือ 1.50 มิลลิโมลาร์ พีเอช คือ 5.0 และเวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกิริยา คือ 1 นาที ความเข้มของสีแปรผันตรงตามความเข้มข้นของตะกั่วในช่วงความเข้มข้นจาก 0.1-1 มิลลิกรัมต่อลิตร มีขีดจำกัดในการตรวจพบและขีดจำกัดในการตรวจพบเชิงปริมาณเท่ากับ 0.08 และ 0.27 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ มีร้อยละการได้กลับคืน ในช่วง 83 – 103 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาในการวิเคราะห์เพียง 1 นาที แผ่นสตริปมีอายุการใช้งาน 10 สัปดาห์ สุดท้ายนำแผ่นสตริปไปตรวจวัดตะกั่วค้างในตัวอย่างน้ำ ผลการวิเคราะห์ที่ได้จากแผ่นสตริปที่พัฒนาขึ้นสอดคล้องกับวิธีมาตรฐาน งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าแผ่นสตริปที่พัฒนาขึ้นมีข้อดี ได้แก่ มีความถูกต้องและความจำเพาะเจาะจงสูงต่อการตรวจวัดตะกั่ว ใช้เวลาในการวิเคราะห์น้อย ราคาถูก และสามารถใช้ตรวจวัดตะกั่วได้ในภาคสนาม