การพัฒนาอิฐฉนวนความร้อนดินเผา สำหรับเตาเผาพื้นบ้านกลุ่ม เครื่องปั้นดินเผาซะป๊ะดงหลวง จ.ลำพูน จากเซรามิกไฟเบอร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาอิฐฉนวนความร้อนดินเผา สำหรับเตาเผาพื้นบ้านกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาซะป๊ะดงหลวง จ.ลำพูน จากเซรามิกไฟเบอร์ โดยมีวัตถุประสงค์1.เพื่อพัฒนาอิฐดินเผาพื้นบ้านให้มีสมบัติด้านการเป็นฉนวนความร้อน. 2.เพื่อนำเศษวัสดุเซรามิกไฟเบอร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา3.เพื่อพัฒนาอิฐฉนวนดินเผาสำหรับสร้างเตาเผาพื้นบ้านอุณหภูมิสูงได้ผลการวิจัย พบว่า เนื้อดินพื้นบ้านที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมบัติของเนื้อดินที่มีความเหมาะสมในการนำไปผลิตอิฐฉนวนดินเผาพื้นบ้าน ณ อุณหภูมิ 800?C คือ สูตรที่ 2 โดยการเติมไฟเบอร์ 15% มีค่าความแข็งแรง อยู่ที่ 24.49 kgf/cm2 มีค่าการหดตัว อยู่ที่ 5% และมีค่าการดูดซึมน้ำ อยู่ที่ 24.56% เนื้อดินพื้นบ้านที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมบัติของเนื้อดินที่มีความเหมาะสมในการนำไปผลิตอิฐฉนวนดินเผาพื้นบ้าน ณ อุณหภูมิ 900?C คือ สูตรที่ 1 จากการเติมไฟเบอร์ที่ 20% โดยมีค่าการหดตัวอยู่ที่ 4.60% ค่าการดูดซึมน้ำอยู่ที่ 25.60% มีค่าความแข็งแรงอยู่ที่ 36.28 kgf/cm2 เนื้อดินพื้นบ้านที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมบัติของเนื้อดินที่มีความเหมาะสมในการนำไปผลิตอิฐฉนวนดินเผาพื้นบ้าน ณ อุณหภูมิ 1000?C ค่าความแข็งแรงของเนื้อดินที่มีค่าสูงสุด คือการเติมไฟเบอร์ที่ 5% .ในสูตรที่ 2 รองลงมาคือ การเติมไฟเบอร์ที่ 15% ในสูตรที่ 9 และสูตรที่ 8 มีค่าความแข็งแรงที่ต่ำสุด จากการเติมไฟเบอร์ที่ 10% จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่พบจากการวิจัย ผู้วิจัยได้เลือกสูตรที่ 9 นำไปผลิตเป็นอิฐฉนวนดินเผาในการสร้างก่อเตาอิฐฉนวนดินเผา ถึงแม้ว่า ค่าความแข็งแรงจะน้อยกว่าสูตรที่ 2 จากการเติมไฟเบอร์ที่ 5% ก็ตาม เนื่องจาก เนื้อดินสูตรที่ 2 มีการหลอมของเนื้อดินสูงเกินไป และมีค่าการหดตัวสูงมากกว่าสูตรที่ 9 ดังนั้นสูตรที่ 9 จากการเติมไฟเบอร์ที่ 15% จึงเป็นสูตรที่เหมาะสมกับการนำไปก่อเตาเผาจากการทดลองสูตรเนื้อดินอิฐฉนวนทนไฟพื้นบ้าน ผู้วิจัยได้นำสูตรที่ 4 และสูตรที่ 9 ผสมไฟเบอร์ 15% เผาที่อุณหภูมิ 1000?C ไปวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเครื่องเอ๊กซ์เรย์ฟลูออเรสเซนซ์ (XRF) ผลการวิเคราะห์ของธาตุในรูปสารประกอบออกไซด์ วิเคราะห์เปรียบเทียบองค์ประกอบทางเคมี ระหว่างเนื้อดินอิฐพื้นบ้านสันเหมืองที่ไม่ผสมและเนื้อดินที่พัฒนาอัตราส่วนผสมและเติมไฟเบอร์ พบว่า ค่าของ Al2O3 มีการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบทางเคมีเพิ่มมากขึ้นในเนื้อดินสูตรที่ 4 และสูตรที่ 9 โดยมีค่าของ Al2O3 อยู่ที่ 12.011% และ 11.381% ตามลำดับ รวมทั้งมีค่าองค์ประกอบทางเคมีของ SiO2 ในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นมากด้วย โดยที่มีค่า SiO2 อยู่ที่ 58.835% และ 57.255%