การพัฒนาเนื้อดินปั้น และรูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้าน บ้านหม้อ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการวิจัยเรื่อง การพัฒนาเนื้อดินปั้น และรูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้านบ้านหม้อ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่โดยมีวัตถุประสงค์ 1 เพื่อพัฒนหนื้อคืนพื้นบ้านของครื่องปั้นดินเผาบ้านหน้อ อ.ฮันกำหง จ.เชื่องใหม่ 2 เพื่อศึกษารูปแบบของผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้านบ้านหม้อ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 3 เพื่อกรพัฒนาถ่ายขอดดดดดในไลที่ด้านล่างๆ ที่เกี่ยวกับครื่องปั้นครื่องในต้นผ้าพื้นนั้นซุน 4 เพื่อเผยแพร่แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้าน บ้านหม้อ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ผลของการวิจัยพบว่าเนื้อดินท้องถิ่น มี ผลการวิเคราะห์สมบัติทางเคมี (Chemical analysis) (เละผล การวิเคราะห์สมบัติทางแร่ (Mineral analysis) มีดังนี้ เนื้อดินท้องถิ่นที่ผ่านการเผาด้วยเครื่องเอกซ์เรย์ฟลูออ เรสเซนซ์ (X-ray Duorescence) มืองค์ประกอบหลักทางเคมี คือ ซิติกา (5:0) 61.77% และมีอะลุมิน่าเป็น องค์ประกอบรอง 15.03% องค์ประกอบทางแร่ของเนื้อดินหลังเผาด้วยครื่องเอกเรย์ลิฟแฟรกชั้น (XRD - X -ray ditracton) ผลการวิเคราะห์พบว่า เนื้อดินหลังเผาประกอบด้วยแร่ควอทช์ (Qwartz) แร่ไมโครไคลย์ (Microctine) แร่เกาลินในค์ (Kaolimic) และแร่อิดไลท์ (Were) เนื้อดินมีสีหลังการเผาตั้งแต่ชั้ม จนถึงสีส้ม เข้ม สีน้ำตาลอมส้มผลการทดลองการใช้ทรายร่อนขนาดของอนุภาคให้มีความแตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบอัตราส่วน การใช้เนื้อดินในอัตราส่วนที่เท่ากัน กับขนาดอนุภาคของเม็ดทรายที่แตกล่างกันดังเช่นสูตรที่ 7 ผู้วิจัยได้นำ อัดราส่วนผสมของเนื้อดินสูตรที่ใช้ เนื้อดินในอัตราส่วน 80 เปอร์เซ็นด์ ทราชร่อม 20 เปอร์เซ็นส์ ค่าการหด ตัวมีค่าการหดตัวที่เพิ่มสูงขึ้นในการใช้ทรายร่อนขนาดอนุภาคที่ละเอียดขึ้นด้วย ขนาดของอนุภาคขนาดเล็ก ที่เกาะตัวกันชิดมาก ส่งผลให้อนุกาคเกาะตัวกันแน่น ทำให้เนื้อดินที่มีขนาดอนุภาคเล็กมีค่าความแกร่งที่สูง มากกว่าเนื้อดินที่มีอัตราส่วนสมของทรายที่มีขนาดของอนุภาคขนาดใหญ่อีกด้วย ดังผลการทดลอง จาก สูตรที่ 7 จากส่วนผสมของเนื้อดินที่มีขนาดอนุภาค 60# ทราย ขนาดอนุภาค 60# (1/7) มีค่าความแกร่งที่ 51.28 kgteml เนื้อดินที่มีขนาดอนุภาค 100# ทราย ขนาดอนุภาค 60# (3/7) มีค่าความแกร่งที่ 50.43 kgtom* เนื้อดินที่มีขนาดอนุภาค 60# ทราย ขนาดอนุภาค 80# (4/7) มีค่าความแกร่งที่ 55.61 kgrem เนื้อดินที่มีขนาล อนุภาค 80# ทราย ขนาดอนุภาค 100# (8/7) มีค่าความแกร่งที่ 89.2 kgcoml จะเห็นได้ว่า ค่าความแกร่งของ เนื้อดินที่มีขนาดของอนุภาคเล็กของทราชร่อนที่ 100# มีคำความแกร่งที่มากกว่าเนื้อดินที่มีขนาดของอุภาค ทรายร่อนที่ 60# แม้ว่าเนื้อดินจะมีค่าความละเอียดที่ 100๘ ก็ตาม จากผลการวิจัย ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ค่าการหดตัว ค่าการดูดซึมน้ำ และค่าความแกร่ง ของเนื้อดินสูตรที่ 7 ที่คุณหภูมิในการเผาที่ 800 C ที่ใช้ทรายร่อนขนาด ตั้งแต่ 60# , 80# และ100# นำไปวิเคราะห์ด้วยเครื่องเอกซ์เรย์ฟลูออเรสเซนซ์ (XRF) เนื้อดินสูตรที่ 1/7 ดิน 60# ทราย 60# มีชิติกา ( Sio) เป็นองค์ประกอบหลัก 60.908% มือลูมิน่า (A1,0.)เป็นองค์ประกอบรอง 12.326% เนื้อดินสูตรที่3/7 ดิน 100# ทราย 60# มีซิลิกา (Sio) ) เป็นองค์ประกอบหลัก 121% มือลูมิน่า (ALO,) เป็นองค์ประกอบรอง 12.160% เนื้อดินสูตรที่ 47 ดิน 60# ทราย 80ะ มีซิติกา( Sio,) เป็นองค์ประกอบหลัก 60.316% มือลูมิน่า (A1,0,) เป็นองค์ประกอบรอง 12.113% เนื้อดินสูตรที่ 8/7 ดิน 80# ทราย 100# มีซิติกา( SIO,) เป็นองค์ประกอบหลัก 61.366% มือลูมิน่า (ALO.) เป็นองค์ประกอบรอง 12.043% ซึ่งองค์ประกอบของซิลิกา ( SiO.) ที่มีเปอร์เซนต์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผล ให้ค่าความแกร่งของเนื้อดินสูงขึ้นตามไปด้วย สรูปผลการวิจัย อัดราส่วนผสมของเนื้อดินเผาพื้นบ้านที่ผ่านกระบวนการร่อนเนื้อดินและทราย เพื่อให้มีขนาดของอนุภาคที่มีขนาดเล็กลง ทำให้เนื้อดิมมีความแกร่งสูง และมีค่าการหดตัว ค่ าการดูดซึมน้ำ ที่ลดลงด้วยขนาดของอนุภาคที่เหมาะสมในการขึ้นรูปที่อุณหภูมิ800C คือ ขนาด ดิน 60# ทราย 60# เพราะ เนื้อดินมีคำความแกร่งสูงสูง เนื้อดินสามารถขึ้นรูปทรงขึ้นงานได้ดีกว่า ขนาดของดิน 50# ทราย 1000 เนื้อดิน ขึ้นรูปทรงชิ้นงานได้ยากกว่า ถึงแม้ว่าเนื้อดินมีความละเอียดกว่าก็ตาม