กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โมโนโคลนอลแอนติบอดี (mAbs) เป็นยารักษาทางชีวภาพที่สำคัญที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางคลินิกเนื่องจากมีความจำเพาะสูง mAbs ที่ผลิตขึ้นส่วนใหญ่เป็น mAbs ที่ได้จากหนู อย่างไรก็ตามพบว่า mAbs ที่ผลิตได้จากหนู เมื่อนำไปใช้ในมนุษย์พบว่าก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (HAMA) นาโนบอดีมีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ มีความเสถียร, ละลายน้ำได้ และจำเพาะสำหรับเป้าหมายเดียว นาโนบอดีมีความสามารถในการเข้าจับกับแอนติเจนที่คล้ายกันกับ mAbs แบบดั้งเดิม แต่ลดการต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีกว่า ดังนั้นการนำนาโนบอดีมาใช้ในการยับยั้งโปรตีนเป้าหมายของเซลล์มะเร็ง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามการผลิตนาโนบอดีมีราคาสูง ในงานวิจัยนี้จึงนำเทคนิคด้านคอมพิวเตอร์มาช่วยในการวิเคราะห์นาโนบอดีเหล่านี้ก่อนนำไปผลิต โดยทำการศึกษาพฤติกรรมของสารประกอบนาโนบอดีกับ VEGF โดยใช้วิธีการจำลองทางพลวัตเชิงโมเลกุลหรือโมเลคิวลาร์ไดนามิกซิมูเลชัน จากผลการศึกษาพบว่านาโนบอดี 31 มีค่าพลังงานในการเข้าจับกับ VEGF ต่ำที่สุดและยังสามารถจับกับแอนติเจนได้อย่างแข็งแรง นอกจากนี้ยังพบว่าพันธะ electrostatics เป็นกุญแจสำคัญในการเข้าจับกับ VEGF
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
นาโนบอดีต้นแบบสำหรับรักษาโรคมะเร็ง.
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.
การอาศัยเทคนิคทางคอมพิวเตอร์ขั้นสูง (in silico) ซึ่งประกอบไปด้วย วิธี homology modelling เป็นการทำนายลักษณะโครงสร้าง 3 มิติจากลำดับกรดอะมิโน, วิธีโมเลกุลาร์ด็อกกิงเป็นการทำนายตำแหน่งการจับและบอกถึงความสามารถในการเข้าจับของนาโนบอดีต่อบริเวณจับของโปรตีน 14 เป้าหมายและการจำลองแบบทางพลวัตเชิงโมเลกุลเป็นการศึกษาพฤติกรรมของสารประกอบเชิงซ้อนโดยการจำลองโมเลกุลในสภาวะที่เสมือนจริงในคอมพิวเตอร์ วิธีการเหล่านี้สามารถทำได้รวดเร็วกว่า ลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตยาในห้องปฎิบัติการ ดังนั้นการใช้เทคนิคทางคอมพิวเตอร์จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือการออกแบบจำลองนาโนบอดีเพื่อใช้เป็นแนวทางการในการผลิตนาโนบอดีที่มีประสิทธิภาพก่อนนำไปสังเคราะห์และทดลองในห้องปฎิบัติการ
ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้มีการรักษามะเร็งแผนใหม่ซึ่งให้ผลดีมากขึ้นโดยอาศัยหลักการทำงานของภูมิคุ้มกัน เรียกวิธีนี้ว่าการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด นาโนบอดี (Nanobody) ถูกนำไปประยุกต์ใช้และได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในทางการแพทย์ แม้ว่าการรักษามะเร็งวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยนาโนบอดีจะเป็นไอเดียใหม่ที่น่าสนใจและมีศักยภาพสูง แต่อย่างไรก็ตามในกระบวนการวิจัยพัฒนาและผลิตนาโนบอดีให้มีประสิทธิภาพที่ดีในการรักษานั้น มีต้นทุนค่อนข้างสูง ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงมุ่งค้นหาและปรับปรุงโครงสร้างของนาโนบอดีให้สามารถเข้าจับแบบจำเพาะเจาะจงต่อโปรตีนเป้าหมายของเซลล์มะเร็ง โดยอาศัยเทคนิคทางคอมพิวเตอร์ขั้นสูง (in silico).