Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2555

การพัฒนารูปแบบเวลาว่างศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น

ประพัฒน์ ลักษณพิสุทธิ์ กรมพลศึกษา พ.ศ. 2555

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบเวลาว่างศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 30 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ใช้วิธีการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบเจาะจงดำเนินการวิจัยโดยการศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์ทฤษฎีเกี่ยวกับเวลาว่างศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบและหลักสูตรเวลาว่างศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น ได้หลักสูตรเวลาว่างศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น จำนวน 6 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ ความตระหนักในตนเอง ความตระหนักในเวลาว่าง ทัศนคติการใช้เวลาว่าง การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมกิจกรรมนันทนาการในเวลาว่าง ปฏิสัมพันธ์ ทางสังคม และทักษะการใช้เวลาว่าง หาคุณภาพของหลักสูตรโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ รวม 7 ท่าน ได้แก่ ด้านนันทนาการ นันทนจิตศึกษาหรือเวลาว่างศึกษา ด้านการฝึกอบรม การเป็นผู้นำนันทนาการ ด้านการศึกษาปฐมวัย และด้านหลักสูตร การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ประเมินความตรงตามเนื้อหาด้วยวิธีหาค่าดัชนี ความสอดคล้อง หลังจากนั้นผู้วิจัยได้นำหลักสูตรเวลาว่างศึกษาไปใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง รวม 24 ชั่วโมงทดสอบความสามารถและสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบวัดความสามารถด้านต่าง ๆ นำผลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่า “ที” กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบเวลาว่างศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้นที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเป็นรูปหลักสูตรเวลาว่างศึกษา ที่ได้จากการศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์หลักการ แนวคิด ทฤษฎี และรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเวลาว่างศึกษา และตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจากการนำรูปแบบไปใช้พบว่า นักเรียนชั้นประถม ศึกษาตอนต้นมีพัฒนาการด้านความสามารถและมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความตระหนักในตนเอง ความตระหนักในเวลาว่าง ทัศนคติการใช้เวลาว่าง การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมกิจกรรมนันทนาการในเวลาว่าง ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และทักษะการใช้เวลาว่างที่ดีขึ้น

คำสำคัญ

1. เวลาว่างศึกษา (leisure education) 2. รูปแบบเวลาว่างศึกษา (leisure education model) 3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น (junior primary school students)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ของนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กาญจนา บุญภักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2554

รูปแบบโปรแกรมการใช้เวลาว่างเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สุธนี พิสุทธิ์กวิน สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2554

ชุมชนปฏิบัติการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม : การศึกษาและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้วยนิทาน กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท จังหวัดกาฬสินธุ์

จีรนันท์ วัชรกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2554

การพัฒนาสมรรถนะเด็กปฐมวัยโดยการออกแบบการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

สุภิมล บุญพอก มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2565

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบอุปนัย เรื่อง ฟังก์ชันลอการิทึม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2558

โคกหนองนาโมเดล : การจัดการเรียนรู้แบบบ้านเรียนระดับประถมศึกษา

พระปลัดสรวิชญ์ ดวงชัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

การศึกษาสภาพการจัดการศึกษาตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดเพชรบูรณ์

สุปราณี พิศมัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2560

แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบัน

แสวง นิลนามะ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ระดับประถมศึกษา ช่วงชั้นที่ 2

นางสาวสมนึก ชูปานกลีบ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551

การพัฒนาหลักสูตรกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ตามแนวสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพของผู้เรียน กรณีศึกษา: โรงเรียนบ้านหาดงิ้ว อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

สาโรจน์ เผ่าวงศากุล1 มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี พ.ศ. 2560