Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2555

การประเมินศักยภาพการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนบ้านสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ธวัชชัย บุญมี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

หัวข้อการวิจัย การประเมินศักยภาพการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนบ้านสันทรายต้นกอก ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ. เชียงใหม่ ชื่อผู้วิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธวัชชัย บุญมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์เดชวิทย์ นิลวรรณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิรวรรณ บุญมี สังกัด คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2555 บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องการประเมินศักยภาพการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนบ้านสันทรายต้นกอก ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ. เชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพการบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านสันทรายต้นกอก ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คณะผู้วิจัยได้ทาการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสารวจ โดยใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และสนทนากลุ่ม จากสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหัตถกรรมบ้านสลีปิงจัยแก้วกว้าง และกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร บ้านสันทรายต้นกอก ข้อมูลเชิงปริมาณนามาวิเคราะห์และประมวลผล ด้วยโปรแกรมสาเร็จรูป ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพนามาวิเคราะห์เนื้อหา แล้วเขียนบรรยายให้ความเชื่อมโยงของประเด็นต่าง ๆ สามารถสรุปผลได้ดังนี้ กลุ่มหัตกรรมสลีปิงจัยแก้วกว้าง สมาชิกส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 91.7 มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 66.7 มีอายุเฉลี่ย 54 ปี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขายหรือประกอบธุรกิจส่วนตัว คิดเป็นร้อยละ 33.4 ส่วนใหญ่ทาเป็นอาชีพเสริม คิดเป็นร้อยละ 66.74 สมาชิกมีรายได้เฉลี่ย 10,728.33 บาทต่อเดือน โดยมีรายรับจากกลุ่มเฉลี่ย 3,850 บาทต่อเดือน ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาร้อยละ 50 ส่วนใหญ่มีสถานะเป็นสมาชิกกลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 91.7 และเป็นสมาชิกนาน 5 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 58.3 ผลการประเมินด้านการบริหารจัดการ โดยเปรียบเทียบระหว่างก่อนดาเนินโครงการกับหลังดาเนินโครงการพบว่า ด้านการวางแผน ภาพรวมกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.40 และ 2.75 ตามลาดับ โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นทุกด้าน ด้านการดาเนินการพบว่าภาพรวมกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.60 และ 2.81 ตามลาดับ โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในประเด็นเกี่ยวกับ การรวบรวม ถ่ายทอด (4) และแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่น และ การปฏิบัติตามแผนที่จัดทาไว้ การปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ด้านการตรวจสอบพบว่า ภาพรวมกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.47 และ 2.61 ตามลาดับ โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในประเด็นเกี่ยวกับ การจัดสรรรายได้และผลประโยชน์ระหว่างสมาชิก การทบทวนผลการดาเนินการของกลุ่ม สาหรับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและข้อมูลอื่นๆ แก่สมาชิกอยู่ในระดับปานกลาง ด้านการปรับปรุงแก้ไข พบว่าภาพรวมกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.56 และ 2.72 ตามลาดับ โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นทุกด้าน ผลการประเมินด้านการตลาด พบว่าภาพรวมก่อนดาเนินโครงการกลุ่มมีศักยภาพในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.33 และหลังดาเนินโครงการกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.56 โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในประเด็นเกี่ยวกับ วิธีการตั้งราคาสินค้า การกาหนดภาพลักษณ์ของสินค้า การกาหนดแหล่งจาหน่ายสินค้าและลูกค้าเป้าหมาย การติดตามข้อมูลความต้องการของลูกค้าและตลาด การแสวงหาแหล่งจัดจาหน่ายสินค้า สาหรับผลการประเมินด้านการผลิต พบว่าภาพรวมก่อนดาเนินโครงการกลุ่มมีศักยภาพในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.27 และหลังดาเนินโครงการกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.50 โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นทุกด้าน กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สมาชิกส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 66.7 ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 50 สมาชิกมีอายุเฉลี่ย 49.5 ปี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 66.7 มีรายได้เฉลี่ย 6,666.67 บาทต่อเดือน โดยสมาชิกกลุ่มมีรายรับจากกลุ่มเฉลี่ย 1,833.33 บาทต่อเดือน มีการศึกษาในระดับประถมศึกษา และระดับอุดมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 50 เท่ากัน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มมานาน 5 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 66.7 ซึ่งส่วนใหญ่มีสถานะเป็นสมาชิกกลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 83.7 และทุกคนทาเป็นอาชีพเสริม ผลการประเมินด้านการบริหารจัดการ โดยเปรียบเทียบระหว่างก่อนดาเนินโครงการกับหลังดาเนินโครงการพบว่า ด้านการวางแผน ภาพรวมก่อนดาเนินโครงการกลุ่มมีศักยภาพในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.27 และหลังดาเนินโครงการกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.53 โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในประเด็นเกี่ยวกับการจัดทาแผน การมีส่วนร่วมของสมาชิกในการกาหนดเป้าหมายและทิศทาง การกาหนดเป้าหมายและทิศทาง และ การกาหนดกฎระเบียบ ข้อบังคับ ด้านการดาเนินการ พบว่าภาพรวมกลุ่มมีศักยภาพในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.04 และ 2.17 ตามลาดับ โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในประเด็นเกี่ยวกับ การปฏิบัติตามแผนที่จัดทาไว้ การรวบรวม ถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ พบว่าภาพรวมกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ย (5) รวมเท่ากับ 2.44 และ 2.56 ตามลาดับ โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในประเด็นเกี่ยวกับ การทบทวนผลการดาเนินการของกลุ่ม การจัดสรรรายได้และผลประโยชน์ระหว่างสมาชิก ด้านการปรับปรุงแก้ไข พบว่าภาพรวมกลุ่มมีศักยภาพด้านการปรับปรุงแก้ไขในระดับดีมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.11 และ 2.44 ตามลาดับ โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในทุกประเด็น ผลการประเมินด้านการตลาด พบว่าภาพรวมกลุ่มมีศักยภาพในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.14 และ 2.31 ตามลาดับ โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในประเด็นเกี่ยวกับ การกาหนดภาพลักษณ์ของสินค้า การแสวงหาแหล่งจัดจาหน่ายสินค้า การกาหนดแหล่งจาหน่ายสินค้าและลูกค้าเป้าหมาย วิธีการตั้งราคาสินค้า สาหรับผลการประเมินด้านการผลิต พบว่าภาพรวมก่อนดาเนินโครงการกลุ่มมีศักยภาพในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.04 และหลังดาเนินโครงการกลุ่มมีศักยภาพในระดับดี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.50 โดยมีคะแนนผลการประเมินหลังดาเนินโครงการเพิ่มขึ้นในทุกประเด็น

คำสำคัญ

การบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนการประเมินศักยภาพเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิจัยและพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ธวัชชัย บุญมี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

รูปแบบการจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่ : กรณีศึกษา กลุ่มบายศรีสู่ขวัญ บ้านหนองกลางโคก ตำบลกลางหมื่น อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

สุชาดา สุรางค์กุล มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2560

การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์

พระครูปริยัติวิสุทธิคุณ (ประจักษ์ จำปาทอง) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2564

การพัฒนายาย้อมผมจากสมุนไพรพื้นบ้านกลุ่มผู้ประกอบการสมุนไพรป่าชุมชนโนนใหญ่ ต.เสียว อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ ในเชิงธุรกิจ

ลัลนา ยุกต์วัฒนพงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ พ.ศ. 2565

แนวทางการพัฒนาระบบซะกาตจากฐานรากหญ้า: กรณีศึกษาชุมชนโสร่ง ต.เขาตูมอ.ยะรัง จ.ปัตตานี

นินาดีย๊ะห์ อาแย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2558

การยกระดับผลิตภัณฑ์ผักปลอดภัยวิถีสุรินทร์อย่างครบวงจรด้ายนวัตกรรมชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักเสริมพลังชีวิตบ้านแสงตะวัน ต.คอโค อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์

เป็น ใยแดง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

การจัดการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพไม้กวาดลายดอกแก้ว ตำบลดงสุวรรณ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา

ธัญชนก ชัยสุข สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค พ.ศ. 2559

ข่วงศิลปะ : รูปแบบกิจกรรมและการแสดงงานศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์มืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

พระครูศรีรัตนากร (ทองสุข แหนคำ) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2564

สภาพการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนวัฒนพฤกษา อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2

ณัฐพงศ์ ไชยวงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2553

การศึกษาบทบาทงานจิตรกรรมภาพคนชนชาติต่าง ๆ ของวัดในฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร : ภาพสะท้อนโลกทัศน์สมัยรัชกาลที่ ๓

ภาณุพงศ์ ชงเชื้อ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2554