การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับการส่งออก กรณีศึกษาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นส่วนผสม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง กลยุทธ์เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นส่วนผสม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นส่วนผสม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือบุคคลากรที่ทำหน้าที่ในบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นส่วนผสมจำนวน 350 คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าพบว่า กลยุทธ์ด้านส่วนประสมทางการตลาด กลยุทธ์ด้านการได้เปรียบทางการแข่งขัน กลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยกับกลยุทธ์เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นส่วนผสมอยู่ในระดับมากสรุปผลการวิจัย1 พบว่ากลยุทธ์เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นส่วนผสมจากการวิเคราะห์ความคิดจากกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามพบว่าความคิดเห็นต่อกลยุทธ์การด้านส่วนผสม,ทางการตลาดโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากสอดคล้องกับทฤษฎีและแนวความคิด (Leonidou, Palihawadana, & Theodosiou, 2011; Piercy, Kaleka, & Katsikeas, 1998) การอออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในตลาดส่งออก สอดคล้อง ศิริวรรณ เสรีรัตน์ (2550, หน้า 11-14) ได้อธิบายถึงความหมายของส่วนผสมทางการตลาด (Marketing mix) ว่าเป็นกลุ่มของเครื่องมือทางการตลาดซึ่งธุรกิจใช้ร่วมกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดในตลาดเป้าหมายเครื่องมือทางการตลาด 4 ประการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์(Product) ราคา (Price) การจัดจำหน่าย (Place or distributing) และการส่งเสริมการตลาด(Promotion) สอดคล้องงานวิจัยของสุจินดาเจียมศรีพงษ์ (2560) ได้วิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการส่งออกของธุรกิจสมุนไพรในจังหวัดพิษณุโลก เครื่องมือใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูลคือกลุ่มธุรกิจสมุนไพรขนาดเล็กขนาดกลางจำนวน 33 รายวิจัยมีวัตถุประสงค์ศึกษาศักยภาพทางการตลาดและโอกาสของธุรกิจสมุนไพรและศึกษาปัจจัยที่ส่งต่อความสำเร็จในการส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรในจังหวัดพิษณุโลกผลวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งออกคือ ความสามารถด้านผลิตภัณฑ์ ความสามารถด้านราคา ความสามารถด้านช่องทางการจัดจำหน่ายและการกระจายสินค้าเหนือคู่แข่งขันในระดับความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในระดับมาก2 พบว่ากลยุทธ์ด้านความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นส่วนผสม ความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับสอดคล้องกับทฤษฎีของปรมาจารย์ทางด้านการจัด Micheal E. porter (1998;1985)ที่กล่าวไว้ว่าการได้เปรียบทางการแข่งขันคือการสร้างความแตกต่าง(Differentiation Leadership) ความได้เปรียบด้านต้นทุน(Cost leadership)หรือการจับตลาดเฉพาะกลุ่ม(focus group)ส่งผลต่อการดำเนินงานเหนือคู่แข่งขัน สอดคล้องงานวิจัย พงษ์สรรค์ ลีลาหงส์จุทา,ลักคณา วรศิลป์ชัย(2555) วิจัยเรื่อง กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการSMEs เป็นการวิจัยเอกสาร(Content analysis) ศึกษาปัจจัยที่ผลักดันต่างๆ ทำให้ประสบความสำเร็จของผู้ประกอบการSMEs ผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านการสร้างความแตกต่าง(Differentiation strategy) นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์(Product innovation) นวัตกรรมด้านการตลาด และนวัตกรรมขบวนการทางเทคโนโลยี(Technology process innovation) เป็นปัจจัยส่งผลการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการSMEs3 พบว่ากลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นส่วนผสมความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากสอดคล้องแนวความคิดของ Sen&Egell,(2000) นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากของยุคโลกาภิวัฒน์และความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เทคโนโลยีกลายเป็นศูนย์กลางให้กับผลการดำเนินงานจากการส่งออกของกจิการในตลาดระดับโลก และการศึกษาของ Guan & Ma (2003) และ Adler & Shenbar (1990) ที่ศึกษาเกี่ยวกับความสามารถทางเทคโนโลยีที่มีต่อผลการดำเนินงานจากการส่งออก สอดคล้องงานวิจัย บุญสม ลีชยากิตติกร(2558) การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษานวัตกรรมการตลาดที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อและความจงรักภักดีต่อแบรนด์และเสนอแนวทางในการนำนวัตกรรมการตลาดไปใช้สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรบรรเทาปวดซึ่งงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับงานวิจัย ผลการวิจัยพบว่า นวัตกรรมการตลาดที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อและความจงรักภักดีต่อแบรนด์ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (2)ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (3) การมุ่งเน้นที่ตัวลูกค้า (4) การมุ่งตลาดเฉพาะกลุ่มและ (5)คุณค่าเฉพาะตัว ทั้งนี้ผลการวิจัยให้ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่มีคุณค่าเกี่ยวกับองค์ประกอบนวัตกรรมการตลาดที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อและความจงรักภักดีต่อแบรนด์อนึ่งการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์การตลาด เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้น่าสนใจเป็นที่รู้จัก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน