โครงการปรับปรุงรูปแบบอุปกรณ์เก็บตัวอย่างอากาศชนิดพาสซีพ สำหรับแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอุปกรณ์เก็บอากาศแบบพาสซีฟ เพื่อใช้เก็บตัวอย่างอากาศเพื่อตรวจวัดความเข้มข้นของแก๊ส CO2 พบว่าประสิทธิภาพการดูดจับแก๊ส CO2.ของสารละลาย .NaOH,.KOH,.Sr(OH)2, Ca(OH)2,และBa(OH)2 เท่ากับ 96.82?1.47%, 93.89?1.48%, .87.02 ? 0.34%, 86.63+1.02% และ 70.72?0.58%.ตามลำดับ การสอบเทียบอุปกรณ์เก็บอากาศเพื่อหาความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างปริมาณแก๊ส CO2 ที่ได้จากอุปกรณ์เก็บอากาศแบบพาสซีพที่พัฒนาขึ้นกับปริมาณแก๊ส CO2 ที่วัดจากเครื่องวัดแก๊ส CO2 แบบอัตโนมัติในช่วงเวลา 1-7 วัน พบว่าสารละลาย NaOH มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (R2) ดีที่สุด ในการการทดลองนำอุปกรณ์รูปแบบต่าง ๆ ไปใช้เก็บตัวอย่างจริง พบว่าอุปกรณ์เก็บแก๊ส CO2 แบบพาสซีพที่เหมาะสมคือ อุปกรณ์ที่เป็นถ้วยพลาสติกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ด้านปากถ้วย 3.76 เซนติเมตร ก้นถ้วยกว้าง 3.1 เซนติเมตร และมีความสูง 2.2 เซนติเมตร บรรจุละลาย NaOH ความเข้มข้น 0.25 โมลาร์ ปริมาตร 10.00 มิลลิลิตร ลงในถ้วยพลาสติก นำแผ่นเมมเบรนชนิด PE มาวางปิดบนปากถ้วยแล้วปิดทับด้วยฝาถ้วยที่ได้เจาะเป็นช่องไว้อีกชั้นหนึ่ง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้สะดวก ไม่มีการรั่วซึมของสารละลายในขณะเคลื่อนย้าย อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นนี้มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (R2) เท่ากับ 0.952 การนำอุปกรณ์ไปทดสอบภาคสนามใน 3 สถานที่คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตบางมด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มีความเข้มข้นเฉลี่ยของแก๊ส CO2 อยู่ที่ 404 ppmv, 441 ppmv และ 450 ppmv ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบโดยใช้วิธี t-test พบว่าความเข้มข้นเฉลี่ยของแก๊ส CO2 ในบรรยากาศทั้ง 3 สถานที่ มีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ