เครื่องกรองอากาศระบบโคโรนาไฮบริด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนวัตกรรมนี้นำเสนอเครื่องกรองอากาศระบบโคโรนาไฮบริด ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ชุดเซลล์สนามไฟฟ้าโคโรนา ด้วยกระบวนการโคโรนาดิสชาร์จ สำหรับดักฝุ่นขนาดเล็ก กำจัดกลิ่นเหม็น กำจัดก๊าซแอมโมเนียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้เทคนิคการปรับความถี่สวิตชิ่ง เพื่อควบคุมแรงดันไฟฟ้าแรงสูง ส่วนที่ 2 ชุดแผ่นกรองเบื้องต้น และชุดแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง HEPA และส่วนที่ 3 ชุดผลิตประจุไฟฟ้าสำหรับใช้กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศ ซึ่งส่วนที่ 1 ได้นำวงจรจ่ายไฟฟ้าแรงดันสูงแบบสวิตชิ่ง ซึ่งได้นำหลักการฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์ ประกอบด้วยตัวผลิตพัลส์ความถี่สูงโดยใช้ไอซีเบอร์ TL494 สำหรับใช้ปรับแรงดันไฟฟ้าแรงสูงที่มีขนาด 1.36 กิโลโวลต์ 2.58 กิโลโวลต์ 3.24 กิโลโวลต์ ภายใต้การปรับความถี่สวิตชิ่ง 7 กิโลเฮิร์ต 14 กิโลเฮิร์ต 21 กิโลเฮิร์ต ตามลำดับ และใช้ไอซีเป็นตัวแยกกราวด์และขยายสัญญาณสำหรับ เพาเวอร์มอสเฟตเบอร์ IRFP460 ที่ควบคุมการทำงานของหม้อแปลง ฟลายแบค เพื่อผลิตแรงดันไฟฟ้าแรงสูง สำหรับจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปยังชุดเซลล์สนามไฟฟ้าโคโรนา ผลการทดสอบในส่วนที่ 1 เมื่อทำการวัดก๊าซโอโซนจะพบว่าที่แรงดันสูงเท่ากับ 1.36 กิโลโวลต์ สามารถผลิตก๊าซโอโซนได้ 0.005 พีพีเอ็ม ที่แรงดันสูงเท่ากับ 2.58 กิโลโวลต์ สามารถผลิตก๊าซโอโซนได้ 0.009 พีพีเอ็ม และที่แรงดันสูงเท่ากับ 3.24 กิโลโวลต์ สามารถผลิตก๊าซโอโซนได้ 0.015 พีพีเอ็ม โดยทำการทดสอบกับห้องที่มีขนาดพื้นที่ 300 ตารางเมตร ในเวลา 60 นาที จะพบว่าเมื่อทดสอบใช้ปริมาณก๊าซโอโซน 0.015 พีพีเอ็ม จะส่งผลให้ปริมาณก๊าซแอมโมเนียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะลดลง ส่วนที่ 2 ชุดแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง HEPA สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นขนาด PM1.0 และ PM2.5 โดยมีประสิทธิภาพในการดักฝุ่นเท่ากับ 97.23 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้วัดจากเครื่องวัดฝุ่นที่ได้มาตรฐาน และส่วนที่ 3 ชุดผลิตประจุไฟฟ้าสำหรับใช้กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศ ผลที่ได้คือสามารถลดจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศได้เป็นอย่างดี ซึ่งเครื่องกรองอากาศนี้ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC Testing) การทดสอบวิเคราะห์การใช้กำลังไฟฟ้ารวม และการทดสอบการวิเคราะห์การรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ห้องทดสอบของศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ศทอ.) สวทช. ดังนั้น โครงการวิจัยนี้ได้รับได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปีงบประมาณ 2565 และสามารถนำไปพัฒนาขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยและต่อยอดเป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต คำสำคัญ : เครื่องกรองอากาศ โคโรนา ไฮบริด ฝุ่นละออง ประจุไฟฟ้า