การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าเหลือใช้ด้วยเทคนิคการเคลือบผิวผ้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเย็บผ้าและศิลปะประดิษฐ์ ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าเหลือใช้ด้วยเทคนิคการเคลือบผิวผ้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเย็บผ้าและศิลปะประดิษฐ์ ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาวิธีการเคลือบผิวผ้าลงบนเศษผ้าเหลือใช้เพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ 2) ทดสอบความต้านทานของสารเคลือบผิว 3) ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าเหลือใช้ด้วยเทคนิคการเคลือบผิวผ้า 4) เพื่อถ่ายทอดความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าเหลือใช้ด้วยเทคนิดการเคลื่อบผิวผ้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเย็บผ้าและศิลปะประดิษฐ์ ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่ง เสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรรณา ผลการศึกษาพบว่า การศึกษาวิธีการเคลือบผิวผ้าของสูตรสารเคลือบผ้าด้วยเจลาติน จำนวน 3 สูตร พบว่า สูตรที่ 3 มีความเหมาะสมมากที่สุด (ร้อยละ 60) รองลงมา คือสูตรที่ 1และ 2 (ร้อยละ 20 เท่ากัน) ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้นำสูตรที่ 3 คือเจลาตินแบบผง ชนิดบีที่ทำจากหนัง กระดูกของโค และกระบือ ซึ่งเป็นสารเคลือบที่สามารถหาได้ทั่วไป และมีความเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ ช่วยในการเพิ่มความทนทาน และขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ในการตัดกลีบ อัดกลีบ รีดกลีบ ให้มีความคงรูป ของผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ได้ดีขึ้น และเป็นการเพิ่มอายุการใช้งานของดอกไม้ประดิษฐ์ได้ยาวนานยิ่งขึ้น และจากการศึกษาเทคนิควิธีการเคลือบผิวผ้า จำนวน 3 วิธี พบว่า วิธีที่ 3 ผ้าเคลือบด้วยวิธีการฉีดสเปร์ยพ่น มีความเหมาะสมมากที่สุด (ร้อยละ 60) รองลงมา วิธีที่ 1 ผ้าเคลือบด้วยวิธีการจุ่ม และวิธีที่ 2 ผ้าเคลือบด้วยวิธีการทา (ร้อยละ 20 เท่ากัน) ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้นำวิธีการฉีดสเปร์ยพ่น มาใช้กับผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ เนื่องจากสะดวกต่อการใช้งานเพื่อป้องกันมลภาวะต่างๆ เพิ่มความทนทานต่ออากาศ น้ำ สารเคมีต่างๆ นอกจากนี้สารเคลือบผิวยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงขึ้น ทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาว นานขึ้น ซึ่งตรงกับการทดสอบวิเคราะห์ความสะท้อนน้ำผ้า พบว่าการเคลือบโดยวิธีการฉีดสเปรย์พ่น มีผลการทดสอบอยู่ในระดับ 3 คือผิวผ้าด้านหน้า เปียกเฉพาะบริเวณที่ถูกน้ำพ่น จากนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญเลือกดอกไม้เที่เหมาะสมของ ผ้าฝ้าย ผ้าหม้อฮ่อม และผ้าจกสุโขทัยสำหรับนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าเหลือใช้ด้วยเทคนิคการเคลือบผิวผ้า พบว่า ลักษณะดอกที่เหมาะสมมากที่สุด ได้แก่ ดอกไฮเดรนเยีย ดอกทิวลิป และดอกกล้วยไม้ฟาแลนด์ (ร้อยละ 80 เท่ากัน) รองลงมา ได้แก่ ดอกกล้วยไม้แวนด้า และดอกบัวหลวง (ร้อยละ 60 เท่ากัน) กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน มีความพึงพอใจความพึงพอใจต่อโครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าเหลือใช้ด้วยเทคนิคการ เคลือบผิวผ้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเย็บผ้าและศิลปะประดิษฐ์ ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ด้านเนื้อหาสาระของหลักสูตร ด้านการออกแบบ ด้านวิทยากร ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านคุณค่าและประโยชน์ใช้สอย มีคะแนนความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด จากทุกข้อของการประเมิน สำหรับคะแนนเฉลี่ยรวมจากทุกข้อที่ประเมินแต่ละด้านพบว่า ทุกด้านมีคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด