การศึกษาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา กรณีศึกษา : แหล่งน้ำพุร้อนในจังหวัดนครศรีธรรมราช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อภาษาไทย การศึกษาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา กรณีศึกษา : แหล่งน้ำพุร้อนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่อภาษาอังกฤษ A Study and Development of Geology Tourism incase Hot spring in Nakhon Si Thammarat. ชื่อผู้วิจัย สุรศักดิ์ แก้วอ่อน, อำนวย น้อยผา และจีราภรณ์ สังข์ผุด หน่วยงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ปีที่วิจัย 2551 บทคัดย่อ น้ำพุร้อนหรือบ่อน้ำร้อน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีน้ำร้อนไหลขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภายในโลกยังคงมีความร้อนอยู่ ปรากฏให้เห็นทั่วไปบนพื้นโลก ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย และจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งพบน้ำพุร้อนอยู่หลายแหล่ง จึงได้ศึกษาสำรวจลักษณะและคุณสมบัติทางกายภาพ ทางเคมีและทางแบคทีเรียของแหล่งน้ำพุร้อนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผลจากการศึกษาพบว่า แหล่งน้ำพุร้อนที่พบในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีจำนวน 6 แหล่ง ส่วนใหญ่พบบริเวณที่ราบด้านตะวันตกของจังหวัด ได้แก่ แหล่งน้ำพุร้อนบางขัน อำเภอบางขัน เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในจังหวัด มีบ่อน้ำร้อนอยู่จำนวน 8 บ่อ แหล่งน้ำพุร้อนห้วยปริก อำเภอฉวาง มีจำนวน 1 บ่อ แหล่งน้ำพุร้อนในอำเภอพิปูน จำนวน 3 แหล่ง ได้แก่ แหล่งน้ำพุร้อนบ้านหูนบ มีบ่อน้ำร้อนจำนวน 2 บ่อ แหล่งน้ำพุร้อนบ้านหนองบัว มีบ่อน้ำร้อนจำนวน 2 บ่อ และแหล่งน้ำพุร้อนบ้านห้วยทรายขาว มีบ่อน้ำร้อนจำนวน 1 บ่อ ส่วนพื้นที่บริเวณเทือกเขาตอนกลางพบเพียง 1 แหล่ง คือ แหล่งน้ำพุร้อน กรุงชิง อำเภอนบพิตำ โดยแหล่งน้ำพุร้อนที่พบจะเกิดใกล้กับร่องน้ำหรือคูคลอง แสดงให้เห็นว่าน้ำร้อนจะไหลมาตามรอยเลื่อนหรือรอยแตกของหินในระดับลึกขึ้นมาสะสมในหินตะกอนที่มีความพรุน แล้วเกิดการผสมกับน้ำผิวดินเป็นบ่อน้ำอุ่นหรือน้ำซับ น้ำพุร้อนที่พบเป็นน้ำใส ไม่มีสี มีสาหร่ายสีเขียวเกาะอยู่บริเวณบ่อ ส่วนใหญ่ไม่มีกลิ่นของแก๊สไข่เน่า ( ) อุณหภูมิของน้ำอยู่ในช่วง 41.13 - 58.07 องศาเซลเซียส ผลจากการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ ทางเคมีและทางแบคทีเรีย พบว่าน้ำพุร้อนที่พบมีสภาพเป็นกลาง คือ ค่าความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 6.98 – 8.26 ค่าความนำไฟฟ้า อยู่ระหว่าง 174.87 – 374.00 ไมโครซีเมนต่อเซนติเมตร ค่าความขุ่น ระหว่าง 0.15 – 2.62 NTU ปริมาณสารทั้งหมดอยู่ระหว่าง 241.00 - 410.67 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณสารทั้งหมดที่ละลายได้อยู่ระหว่าง 219.00-321.00 มิลลิกรัมต่อลิตร ความกระด้างทั้งหมดอยู่ระหว่าง 14.01 – 215.69 มิลลิกรัม ต่อลิตร ปริมาณคลอไรด์ อยู่ระหว่าง 2.48 – 8.33 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณซัลเฟต อยู่ระหว่าง 4.80-20.92 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณซิลิกาอยู่ระหว่าง 40.20 – 106.93 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนปริมาณแร่ธาตุอื่น ๆ ที่พบมาก ได้แก่ โซเดียม แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม มีค่าอยู่ในช่วง 9.13 – 96.10 มิลลิกรัมต่อลิตร 7.87 – 72.00 มิลลิกรัมต่อลิตร 3.11 – 4.74 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 4.77 – 24.17 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ และปริมาณแร่ธาตุที่พบน้อย ได้แก่ เหล็ก แมงกานีส และทองแดง มีค่าอยู่ในช่วง 0.04 – 0.37 มิลลิกรัมต่อลิตร 0.00 – 0.14 มิลลิกรัมต่อลิตรและ 0.00 – 0.02 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ส่วนคุณลักษณะที่เป็นพิษ คือ ตะกั่วและสารหนู พบน้อยมากและไม่พบเลย สำหรับปริมาณแบคทีเรียที่มีชีวิตทั้งหมด มีจำนวนตั้งแต่ 19.33-403.33 โคโลนีต่อมิลลิลิตร ส่วนปริมาณแบคทีเรียชนิดโคลิฟอร์มและแบคทีเรียชนิดอี.โคไล พบน้อยมากและไม่พบเลย น้ำพุร้อนที่พบในจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงจัดเป็นน้ำพุร้อนทั่วไป เนื่องจากมีอุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส และมีส่วนประกอบของแร่ธาตุต่าง ๆ น้อยกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร เหมาะสำหรับการใช้ประโยชน์ด้านการผลิตน้ำแร่สำหรับบริโภค นันทนาการและการท่องเที่ยว คำสำคัญ : แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา, น้ำพุร้อน, ธรณีวิทยาของน้ำพุร้อน, คุณสมบัติของน้ำพุร้อน, นครศรีธรรมราช