การศึกษาระดับการเกิดฮิวมิกของปุ๋ยหมัก และผลของการเป็นสารคีเลต ต่อความสามารถในการปลดปล่อยจุลธาตุอาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อโครงการ การศึกษาระดับการเกิดฮิวมิกของปุ๋ยหมัก และผลของการเป็นสารคีเลต ต่อความสามารถในการปลดล่อยจุลธาตุอาหาร ชื่อผู้วิจัย 1) รองศาสตราจารย์ ดร.นัทธีรา สรรมณี (หัวหน้าโครงการ) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลนาถ อบสุวรรณ (ผู้ร่วมวิจัย) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลชนก พานิชการ (ผู้ร่วมวิจัย) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 4) นายศุภโชค กำภูพงษ์ (ผู้ร่วมวิจัย) เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ชีวภาพก้าวหน้า นครปฐม แหล่งทุนอุดหนุนการวิจัย งบประมาณแผ่นดินประจำปี 2557-2558 สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่เสร็จ 2560 ประเภทการวิจัย การวิจัยประยุกต์ สาขาวิชา เกษตรศาสตร์และชีววิทยา บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อที่จะศึกษาระดับการเกิดสารฮิวมิกของปุ๋ยหมัก 2 ชนิดที่แตกต่างกัน ได้แก่ ปุ๋ยหมักมูลหมูและมูลไก่ และผลของการเป็นคีเลตต่อจุลธาตอาหารซึ่งได้แก่เหล็ก และแมงกานีส จากอาหารตามสูตรของ Murashige and Skoog (MS) ที่เข้มข้นเพียง 1 ใน 4 ของสูตรปกติ ปุ๋ยหมักทั้ง 2 สูตรผสมกับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรถูกเก็บตัวอย่างตลอดกระบวนการหมักในวันที่ 0, 3, 7, 14, 21, 28, 35, 49, 63, 77, 91, 105 และ 119 และถูกแบ่งตามอุณหภูมิออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเริ่มผสมวันที่ 0 ระยะอุณหภูมิสูงวันที่ 1-34 สำหรับปุ๋ยหมักมูลหมู และ 1-41 สำหรับปุ๋ยหมักมูลไก่ และระยะปุ๋ยเจริญเต็มที่วันที่ 35-119 สำหรับปุ๋ยหมักมูลหมู และ 42-119 สำหรับปุ๋ยหมักมูลไก่ ซึ่งระดับออกซิเดชันภายในรวมถึงอัตราส่วนไฮโดรเจนต่อคาร์บอน และออกซิเจนต่อคาร์บอนบ่งบอกถึงสภาวะออกซิเดชันที่เพิ่มขึ้นของกรดฮิวมิกเมื่อใกล้สิ้นสุดกระบวนการหมัก โดยปริมาณออกซิเจนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากวันที่ 91 ซึ่งบ่งบอกถึงโครงสร้างที่ถูกออกซิไดซ์มีมากขึ้นในปุ๋ยหมักทั้งคู่ พารามิเตอร์เชิงแสง (E4/E6) แสดงให้เห็นถึงกระบวนการสร้างสารฮิวมิกในปุ๋ยหมักที่ค่อนข้างคงที่ในช่วงที่ปุ๋ยทั้งสองเจริญเต็มที่ โดยในปุ๋ยหมักมูลหมูจะมีคุณภาพสารฮิวมิกที่ดีกว่าจากค่าอัตราส่วน E4/E6 ที่ต่ำกว่ามีค่าอยู่ในช่วง 2.2-2.3 ขณะที่ในปุ๋ยหมักมูลไก่มีค่าอยู่ในช่วง 2.4-2.8 สอดคล้องกับเสถียรภาพของสารประกอบเชิงซ้อนกับเหล็กและแมงกานีสของปุ๋ยหมักมูลหมูที่สูงกว่าปุ๋ยหมักมูลไก่ การเพิ่มปริมาณของกรดฮิวมิกมีผลกับเหล็กมากกว่าแมงกานีสในปุ๋ยหมักมูลหมู แต่ไม่แสดงผลอย่างชัดเจนกับปุ๋ยหมักมูลไก่ อย่างไรก็ดี การเพิ่มระยะเวลาการหมักมีผลกับเพียงเหล็กเท่านั้นในปุ๋ยหมักมูลหมูแต่ไม่มีผลต่อแมงกานีส ขณะที่ในปุ๋ยหมักมูลไก่ เสถียรภาพของสารประกอบเชิงซ้อนกับโลหะทั้งสองชนิดลดลงทั้งคู่ จากผลการศึกษาพบว่ากรดฮิวมิกที่สกัดจากแหล่งที่แตกต่างกันแสดงผลที่แตกต่างกันต่อเสถียรภาพสารประกอบเชิงซ้อนกับไอออนโลหะ ยิ่งไปกว่านั้น การทดสอบกรดฮิวมิกในลักษณะสารคีเลตต่อการเจริญเติบโตของเรดโอ๊ค (Lactuca sativa var. Crispa L.) ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพบว่ามีผลสอดคล้องกับระยะเวลาการหมักสำหรับปุ๋ยหมักมูลหมูแต่ไม่เจริญเติบโตในมูลไก่ ซึ่งสอดคล้องกับผลของกรดฮิวมิวที่สกัดจากมูลหมูที่คุณภาพค่อนข้างดีกว่าจากของมูลไก่ ดังนั้นการศึกษาระดับการเกิดสารฮิวมิกช่วยให้ความเข้าใจถึงศักยภาพของปุ๋ยหมักในการปลดปล่อยจุลธาตุอาหาร รวมถึงแนวคิดในการเลือกชนิดและอายุปุ๋ยหมักได้ จากการศึกษานี้ ปุ๋ยหมักมูลหมูให้คุณภาพที่ดีกว่าปุ๋ยหมักมูลไก่จึงถูกแนะนำให้ใช้สำหรับการเกษตร คำสำคัญ: ปุ๋ยหมัก, กรดฮิวมิก, Chelex, เหล็ก, แมงกานีส