การจัดการองค์ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิตไอน้ำในกระบวนการนึ่งก้อนเพาะเห็ดในพื้นที่สูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การจัดการองค์ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิตไอน้ำในกระบวนการนึ่งก้อนเพาะเห็ดในพื้นที่สูงเป็นโครงการจัดการองค์ความรู้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีเตาชีวมวลผลิตไอน้ำสำหรับนึ่งก้อนเพาะเห็ดให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเตาเดิม โดยถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดใน 6 พื้นที่ จำนวน 6 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วย ห้องเผาไหม้ชีวมวลพร้อมหม้อต้มไอน้ำ ถังนึ่งก้อนเพาะเห็ดขนาดความจุ 2.3 ลูกบาศก์เมตร บรรจุก้อนเพาะเห็ดได้1,200 - 1,700 ก้อนต่อครั้ง พบว่า เตาชีวมวลผลิตไอน้ำจากเชื้อเพลิงชีวมวลนี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมีค่าโดยเฉลี่ยร้อยละ 20.9 เมื่อเทียบกับเตาเดิมที่ค่าประสิทธิภาพร้อยละ 9.8 ลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงมากกว่าร้อยละ 70 เดิมการนึ่งก้อนเพาะโดยเฉลี่ยจำนวน 30,000 - 70,000 ก้อนต่อปี ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจำนวน 18 – 420 ตันต่อปีเมื่อเทียบกับเตาชีวมวลผลิตไอน้ำที่ วว. พัฒนาขึ้น ซึ่งปริมาณความต้องการใช้เชื้อเพลิง 2 – 4 ตันต่อปี ซึ่งเป็นผลทำให้ลดปริมาณการปล่อยมลภาวะทางอากาศจากการ เผาไหม้เชื้อเพลิงได้มากกว่าร้อยละ 70 เช่นกันจากผลการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) พบว่า ช่วงเริ่มต้นของการจุดเชื้อเพลิงหรือไม้ฟืนซึ่งอุณหภูมิเริ่มต้นในห้องเผาไหม้ยังไม่สูงพอที่จะทำให้ความชื้นในไม้ฟืนระเหยได้เร็ว จึงพบว่า ในชั่วโมงแรกของการเผาไหม้ไม้ฟืน ปริมาณ PM2.5 มีค่า 0-121 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่าเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากมีความชื้นปนในไอเสียจึงก่อตัวเป็นอนุภาค PM2.5 เมื่อเริ่มชั่วโมงถัดมาอุณหภูมิในห้องเผาไหม้จะสูงขึ้นมากทำให้ความชื้นถูกระเหยออกได้เร็วขึ้นทำให้ PM2.5 มีค่าแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ จนถึง 0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามระยะเวลาการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งมีค่าไม่เกินค่ามาตรฐานกำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรจากการติดตามและประเมินผลพบว่าการจัดการองค์ความรู้นี้สามารถนึ่งก้อนเพาะเห็ดเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้เพิ่มผลผลิตดอกเห็ดและก้อนเพาะเห็ดมากขึ้นตามในขณะที่ประหยัดเชื้อเพลิงถึงร้อยละ 70 จึงทำให้เกษตรกรผู้เพาะเห็ดมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการลดรายจ่ายและจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งเป็นเทคโนโลยี ที่เหมาะสมผู้ใช้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายและใช้งานสะดวกขึ้นทำให้ผู้ใช้สามารถทำกิจกรรมอื่นไปพร้อมกับการนึ่งก้อนเพาะเห็ด รวมถึงเกษตรกรที่รับการถ่ายทอดสามารถนำไปขยายผลต่อโดยการถ่ายทอดให้แก่เกษตรกร รายอื่นได้ ดังนั้นเทคโนโลยีเตาชีวมวลผลิตไอน้ำสำหรับนึ่งก้อนเพาะเห็ดด้วยชีวมวลในท้องถิ่น จึงสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน