การพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
หัวข้อวิจัย : การพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัด สมุทรสาคร ผู้วิจัย : รศ.ยุพา เฮงจำรัส ผศ.ชลัช ภิรมย์ นางเพ็ญพรรณ มังกรไชยา นางสาวศิริพร รุ่งเรือง และ นางสาวภัทร์ธิรา บุญเสริมส่ง หน่วยงาน : คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาคร ปีที่วิจัย : 2558 บทสรุปสำหรับผู้บริหาร การวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยเสี่ยงและกลุ่มเสี่ยง 2) ศึกษารูปแบบพฤติกรรมทางเพศ ทัศนคติต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร 3) พัฒนาระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียน และ 4) เพื่อเสนอแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยใช้ระเบียบวิจัยแบบผสมคือ การวิจัยเชิงปริมาณและวิจัยเชิงคุณภาพ ในส่วนของการวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายที่ศึกษาในโรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 914 คน ครูฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมทางเพศในโรงเรียน จำนวน 27 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ขององค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 45 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกและการประชุมกลุ่ม โดยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน 2557 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการหาค่าความสัมพันธ์ของตัวแปรโดยใช้ไคว์สแคว์ ได้ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ข้อมูลปัจจัยเสี่ยงต่อพฤติกรรมทางเพศของนักเรียนในด้านปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านครอบครัว ปัจจัยด้านสังคมและสภาพแวดล้อมชุมชน 1.1 ปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นเพศชาย ร้อยละ 49.02 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 50.98 โดยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 11–15 ปี ร้อยละ 61.27 รองลงมามีอายุ 16–19 ปี ร้อยละ 38.73 และส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 61.82 และที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 38.18 โดยมีผลการเรียนอยู่ระหว่าง 2.00–2.50 เป็นส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 28.88 รองลงมามีผลการเรียนระดับ 2.51– 3.00 ร้อยละ 28.23 โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 44.86 ได้รับค่าใช้จ่ายจากพ่อแม่/ ผู้ปกครอง 1,001-2,000 บาท รองลงมาได้รับเดือนละมากกว่า 2,000 บาท ร้อยละ 28.67 ในด้านความพอเพียงของค่าใช้จ่ายที่ได้รับจากผู้ปกครองส่วนใหญ่พอใช้ ร้อยละ 87.09 มีเพียงร้อยละ 12.91 ที่ตอบว่าไม่พอใช้จ่าย 1.2 ปัจจัยด้านครอบครัว ในด้านปัจจัยครอบครัวพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.49 มีสถานภาพครอบครัวที่พ่อแม่อยู่ด้วยกัน และรองลงมาเป็นกลุ่มที่พ่อแม่หย่าร้าง ร้อยละ 15.32 กับพ่อแม่แยกกันอยู่แต่มิได้หย่าร้าง ร้อยละ 9.52 ส่วนบุคคลที่พักอาศัยอยู่ด้วยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่พักอยู่กับพ่อแม่ ร้อยละ 67.07 รองลงมาพักอยู่กับพ่อหรือแม่ ร้อยละ 19.91 และที่พักส่วนใหญ่เป็นบ้านของตัวเอง ร้อยละ 73.19 รองลงมาเป็นบ้านเช่า ร้อยละ 17.40 โดยครอบครัวของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับความสัมพันธ์และบรรยากาศในครอบครัวในระดับปานกลาง ในทุกประเด็นทั้งในประเด็นว่าพ่อแม่ทำแต่งานไม่สนใจ ความสัมพันธ์กับพ่อแม่หรือผู้ปกครองค่อนข้างตึงเครียด และความรู้สึกว่าบรรยากาศในครอบครัวไม่อบอุ่นและไม่มีความสุข เช่นเดียวกับประเด็นว่าพ่อแม่ไม่ค่อยรักและเอาใจใส่ต่อกัน เยาวชนมักมีเรื่องขัดแย้งกับพ่อแม่ผู้ปกครอง และพ่อแม่ผู้ปกครองเข้มงวดชอบดุด่าว่ากล่าว มีความเป็นจริงระดับปานกลางเช่นกัน โดยกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงมีระดับความสัมพันธ์และบรรยากาศในครอบครัวใกล้เคียง 1.3 ปัจจัยด้านสังคมและสภาพแวดล้อมชุมชน พฤติกรรมของกลุ่มเพื่อนสนิทพบว่า โดยภาพรวมเพื่อนสนิทของกลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมดูสื่อลามกอนาจารที่ปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศร้อยละ 25.27 ไปเที่ยวสถานเริงรมย์ สถานบันเทิงที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์เสมอ ร้อยละ 11.38 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ร้อยละ 12.04 ใช้สารเสพติดพวกกัญชา ยาบ้า ยาอี/ ยาไอซ์ ร้อยละ 4.92 และมีเพื่อนที่มีเพศสัมพันธ์ใน วัยเรียน ร้อยละ 11.38 ในส่วนของการปฏิบัติในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารในเรื่องเพศพบว่า นักเรียนมีการปฏิบัติในกิจกรรมเปิดรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องเพศอยู่ในระดับน้อย คือปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง เป็นส่วนใหญ่ คือติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยทางเพศจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ( = 2.09, S.D = 0.76) อ่านศึกษาหาความรู้ข้อมูลเกี่ยวกับภัยทางเพศจากตำราหนังสือ/สิ่งพิมพ์ต่างๆ ( = 2.18, S.D = 0.61) และเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับเพศศึกษาในโรงเรียน ( = 2.16, S.D = 0.61) กิจกรรมการสนทนา พูดคุยกับบุคคลใกล้ชิดเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศและภัยทางเพศ ( = 2.22, S.D = 0.52) 2. พฤติกรรมทางเพศของนักเรียน นักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยภาพรวมมีแฟน/คู่รัก ร้อยละ 40.26 ยังไม่มี ร้อยละ 59.74 โดยกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 44.70 และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีอัตราการมีแฟน/คู่รัก ร้อยละ 37.52 โดยรวมส่วนใหญ่ร้อยละ 89.40 มีคู่รักเป็นเพศ ตรงข้าม ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยเพศชายมีแฟน/คู่รักเป็นเพศตรงข้ามร้อยละ 90.66 เพศหญิง ร้อยละ 88.17 ของแต่ละกลุ่ม รองลงมามีแฟนเป็นเพศเดียวกัน มีนักเรียนที่มีคู่รักเป็นเพศเดียวกันและเพศตรงข้ามโดยรวมร้อยละ 4.35 และพบว่ามีอัตราการมี "กิ๊ก" โดยรวมร้อยละ 13.46 ในประเด็นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนพบว่า นักเรียนในจังหวัดสมุทรสาครมีอัตราเคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 11.05 ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 88.95 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 914 คน โดยเมื่อพิจารณาในแต่ละระดับการศึกษาพบว่า นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 16.33 และระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีอัตราเคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 7.79 และเมื่อพิจารณาจำแนกการมีเพศสัมพันธ์ตามเพศพบว่า นักเรียนชายมีประสบการณ์ การมีเพศสัมพันธ์สูงกว่าเพศหญิง ทั้งสองระดับ โดยส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุ 15 ปี คิดเป็น ร้อยละ 27.72 ของผู้เคยมีเพศสัมพันธ์โดยอายุต่ำสุดที่เคยมีเพศสัมพันธ์คือ 9 ปี ร้อยละ 4.95 สูงสุดอายุ 18 ปี ร้อยละ 0.99 และเมื่อพิจารณาจำแนกตามเพศพบว่า ทั้งเพศชายและเพศหญิงอายุต่ำสุดที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกที่อายุ 9 ปี เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยของอายุที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกพบว่า โดยรวมนักเรียน/นักศึกษามีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุเฉลี่ย 14.7 ปี ซึ่งบุคคลที่นักเรียนมีเพศสัมพันธ์ด้วยส่วนใหญ่เป็นแฟน/คู่รัก คิดเป็นร้อยละ 81.19 ของกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ รองลงมาคือ เพื่อนร่วมโรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 6.93 เพื่อนต่างสถาบัน ร้อยละ 3.96 และผู้ขายบริการทางเพศ ร้อยละ 0.99 และยังพบว่ามีนักเรียนมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ที่พบตามสถานบันเทิง ร้อยละ 0.22 และสาเหตุที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกส่วนใหญ่เกิดจากความอยากรู้อยากลองมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 50.49 รองลงมาคือ เป็นการแสดงความรักความจริงใจ ร้อยละ 23.76 และความไว้ว่างใจในคนรัก ร้อยละ 11.88 นอกจากนั้นยังพบว่าการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเกิดจากการถูกบังคับขื่นใจ ร้อยละ 3.96 เป็นผลจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ร้อยละ 7.92 เป็นผลจากฤทธิ์ของสารเสพติด ร้อยละ 1.98 และสาเหตุอื่นๆ ร้อยละ 0.11 พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาพบว่า โดยภาพรวมนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง มีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 7.88 โดยเป็นเพศชาย ร้อยละ 12.95 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 3.00 เมื่อพิจาณาในแต่ละระดับการศึกษาพบว่า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมีอัตราการมีเพศสัมพันธ์ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาสูงกว่านักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพศชายมีสัดส่วนของการมีเพศสัมพันธ์ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาสูงกว่าเพศหญิงทั้งสองระดับ สำหรับการป้องกันการตั้งครรภ์ ผลการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่ใช้วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ ร้อยละ 81.94 ไม่ใช้ ร้อยละ 18.06 ซึ่งวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่พบคือ ส่วนใหญ่ร้อยละ 88.13 ใช้วิธีการป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัย รองลงมาคือ การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ร้อยละ 10.17 และใช้ยาคุมกำเนิดทั่วไป ร้อยละ 1.69 3. ผลการศึกษาทัศนคติต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศพบว่า นักเรียนทุกระดับการศึกษามีทัศนคติโดยรวมโน้มเอียงไปในแนวทางไม่เห็นด้วยต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ( = 2.15, S.D = 0.8) โดยเมื่อพิจารณาจำแนกตามรายพฤติกรรมเสี่ยงพบว่า นักเรียนมีทัศนคติไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อทัศนคติที่ว่าการใช้สารเสพติด เช่น กัญชา ยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ ยาเค เป็นครั้งคราวเพื่อความสนุกสนานไม่ก่อให้เกิดปัญหาอะไร โดยยังมีทัศนคติระดับเห็นด้วย ว่าการเที่ยวสถานเริงรมย์ เช่น ผับ บาร์ ในเวลากลางคืนในโอกาสพิเศษบ้างไม่เป็นไร การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นเรื่องธรรมดาที่วัยรุ่น/นักเรียนส่วนใหญ่ดื่มกัน และการติดต่อสื่อสารกับคนไม่รู้จักผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องปกติวัยรุ่นส่วนใหญ่ปฏิบัติกันไม่ก่อให้เกิดปัญหาอะไร 4. ผลการศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักรียนพบว่า พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาครโดยรวมพบว่า นักเรียนมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศในระดับต่ำ คือ ส่วนใหญ่ไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ( = 1.37, S.D = 0.71) โดยเมื่อพิจารณาในแต่ละพฤติกรรม พบว่า ทั้งนักเรียนส่วนใหญ่ปฏิบัตินานๆ ครั้ง ในเรื่องการดูสื่อลามกอนาจารที่ปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การติดต่อสื่อสารกับคนไม่รู้จักผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ นักเรียนส่วนใหญ่ไม่เคยปฏิบัติ นักเรียนเพศชายมีอัตราร้อยละการปฏิบัติพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสูงกว่าเพศหญิงในเกือบทุกพฤติกรรม 5. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพปัญหาและการดำเนินงานของโรงเรียน 5.1 สภาพปัญหาการตั้งครรภ์ของนักเรียน ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียน พบว่า โรงเรียนที่มีผู้เรียนตั้งครรภ์ในวัยเรียน มีร้อยละ 40.75 ของโรงเรียนทั้งหมด ตั้งครรภ์เฉลี่ยปีละ 1-2 คน มีโรงเรียนที่นักเรียนลาออกไปแต่งงานมีครอบครัว/ตั้งครรภ์ ร้อยละ 48.15 ผลการเปรียบเทียบปัญหาพฤติกรรมทางเพศ/ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ในวัยวัยเรียนของนักเรียนของปีปัจจุบันกับปีที่ผ่านมา ครูฝ่ายปกครองส่วนใหญ่เห็นว่า ระดับปัญหาลดลง ร้อยละ 44.44 5.2 การบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนที่มีปัญหาพฤติกรรมทางเพศพบว่า โรงเรียนแต่ละโรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนใหญ่ไม่มีการบันทึกข้อมูลปัญหาและพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนไว้มีเพียงบางโรงเรียนที่มีการบันทึกโดยส่วนใหญ่จะบันทึกข้อมูลไว้ แต่ไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาวางแผนหรือใช้ประโยชน์ 5.3 ผลการประเมินโรงเรียนเกี่ยวกับปัญหาพฤติกรรมทางเพศ ครูฝ่ายปกครองประเมินว่าโรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยรวมมีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของนักเรียนในระดับน้อย โดยนักเรียนมีปัญหาครอบครัวแตกแยกไม่ได้อยู่ร่วมกันกับพ่อแม่สูงสุด ร้อยละเฉลี่ย 28.83 รองลงมาคือปัญหานักเรียนออก/ หยุดพักการเรียนเพราะปัญหาชู้สาว/ การตั้งครรภ์/ ไปมีครอบครัว ร้อยละเฉลี่ย 2.38 กับการตั้งครรภ์ระหว่างเรียน ร้อยละ 1.78 นักเรียนถูกลงโทษจากการหนีเรียนไปมั่วสุ่มสูงสุด คือร้อยละ 7.36 ดูสื่อลามกอนาจาร ร้อยละเฉลี่ย 2.63 การทะเลาะวิวาทจากปัญหาชู้สาว ร้อยละเฉลี่ย 2.54 การดื่มสุรา/ แอลกอฮอล์ ร้อยละเฉลี่ย 7.60 การใช้สารเสพติด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุหรี่ ร้อยละเฉลี่ย 4.48 5.4 กิจกรรมที่โรงเรียนจัดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมทางเพศ/ ปัญหาชู้สาวของนักเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาคือ กิจกรรมเข้าค่ายปฏิบัติอบรม กิจกรรมอบรมคุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรม Stop Teen Moon กิจกรรมรณรงค์การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร กิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดและภัยทางเพศ กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน กิจกรรมเยี่ยมบ้าน การสอนเพศศึกษาในห้องเรียน กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมโครงการเธอกับฉันป้องกันโรงเอดส์และตั้งครรภ์ก่อนวัย อันควร กิจกรรมอบรมป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยเรียน กิจกรรมรับศีล 5 กิจกรรมวาเลนไทน์ การอบรมรักนวลสงวนตัว กิจกรรมการอบรมกฎหมายทางเพศ กิจกรรมที่โรงเรียนประเมินว่าได้ผลดีในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางเพศ คือ การเข้าค่ายปฏิบัติอบรม การสอนเพศศึกษาในห้องเรียน โครงการอบรมคุณธรรมและจริยธรรมโครงการอบรมรักนวลสงวนตัว กิจกรรมอบรมความรู้เรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อม กิจกรรมแนะแนว กิจกรรม Stop Teen Moon 5.5 หน่วยงานภายนอกได้เข้ามาช่วยจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันการแก้ไขปัญหาทางเพศของนักเรียนที่สำคัญคือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/ อำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลประจำจังหวัด/ อำเภอ กาชาดจังหวัด เทศบาลตำบล สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โรงพยาบาลเอกชน วัด/ พระสงฆ์ กิจกรรมที่จัดส่วนใหญ่ คือ การอบรมเพื่อให้ความรู้การป้องกันการตั้งครรภ์ใน วัยเรียน อบรมเพศศึกษา กิจกรรมอบรมรักนวลสงวนตัวโครงการอบรมให้ความรู้เรื่องการ ล่วงละเมิดทางเพศ กิจกรรม Stop Teen Moon อบรมให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์และการป้องกัน 6. สรุปผลการวิจัยเชิงคุณภาพ สภาพปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร 6.1 ระดับปัญหาความเสี่ยงของนักเรียนที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์/ การตั้งครรภ์ใน วัยเรียน นักเรียนในจังหวัดสมุทรสาครมีความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน/ การตั้งครรภ์ระดับต่ำ แต่มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร ทำให้มีความเจริญ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ ค่านิยมของคนเมืองได้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ประกอบกับในจังหวัดสมุทรสาครมีผู้อพยพย้ายถิ่นมาจากที่อื่นเพื่อมาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว ส่งผลให้มีบุตรตามพ่อแม่มาทำงานและเข้าเรียนในโรงเรียนจำนวนมาก เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัด สภาพชีวิตความเป็นอยู่ ไม่ดี มีความเสี่ยงสูงในเกือบทุกด้านในการดำเนินชีวิตอยู่ พ่อแม่ต้องทำงานไม่มีเวลาดูแลลูก โดยเหตุผลที่เชื่อว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแม้จะมีสถิติตัวเลขน้อยลง เนื่องจากพฤติกรรมในเรื่องเพศของนักเรียนจะมีลักษณะของการซ่อนเร้น ปิดบัง ทำให้ไม่ถูกตรวจพบเมื่อกระทำความผิด โดยมีลักษณะของแนวโน้มแฝงกล่าวคือมีสถิติจำนวนน้อยลง แต่จำนวนนักเรียนที่ต้องออกจากโรงเรียนเพราะตั้งครรภ์หรือเพื่อไปมีครอบครัวเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่มีการบันทึกข้อมูลเหตุผลการออกจากโรงเรียน เนื่องจากต้องการช่วยเหลือนักเรียนไม่อยากให้มีประวัติการตั้งครรภ์ นอกจากนั้นพบว่าพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมและวัฒนธรรม โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงในเรื่องของการติดต่อสื่อสารผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต และสังคมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น และปัญหาที่น่าห่วงคือ พฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนกลุ่มเรียนดี แต่ขาดทักษะชีวิต ถูกชักจูงง่าย และจะมีโอกาสตั้งครรภ์ในวัยเรียนสูง เนื่องจากเสียคนง่าย ปฏิเสธคนไม่เป็น 6.2 ปัจจัย/ สาเหตุที่ทำให้นักเรียนมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 6.2.1 ปัจจัยที่เกี่ยวกับตัวนักเรียนเอง เป็นนักเรียนที่อยู่ในครอบครัวที่ไม่มีความสุข ครอบครัวแตกแยก ขาดการดูแลเอาใจใส่ทำให้ไม่มีความสุขเมื่ออยู่ที่บ้าน พ่อแม่เอาแต่ทำงานไม่มีเวลาให้ลูก ลูกจึงมักอยู่กับเพื่อน ขาดสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ จะแสวงหาความสุขโดยการเที่ยวเตร่กับเพื่อน ไม่อยากกลับบ้าน มีความเสี่ยงสูงในการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนั้นนักเรียนที่มีผลการเรียนดี แต่ขาดทักษะชีวิต ใจอ่อนปฏิเสธไม่เป็น มีความเสี่ยงสูงที่จะมีปัญหาทางเพศ ถูกเพื่อนชักจูงไปในทางไม่ถูกต้อง และมีโอกาสตั้งครรภ์สูง มีค่านิยมเรื่องเพศที่ไม่ถูกต้อง มีค่านิยมไม่รักนวลสงวนตัวและให้ความสำคัญกับการมีแฟน/ คู่รักสูง และยอมรับค่านิยมของตะวันตกในการมีแฟน/ คู่รักในวัยเรียน 6.2.2 ปัจจัยด้านเพื่อน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายให้ความสำคัญกับกลุ่มเพื่อนสูงและมีพฤติกรรมตามกลุ่มเพื่อนสนิท เกิดการเลียนแบบ การรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อน ต้องการเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อน การคบเพื่อนเที่ยว เพื่อนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ และชักจูงเพื่อนให้มีพฤติกรรมเหมือนกัน 6.2.3 ปัจจัยที่เกี่ยวกับครอบครัว สภาพครอบครัวที่แตกแยก หย่าร้าง สภาพครอบครัวที่ไม่มีความสุข การขาดการเอาใจใส่ของพ่อแม่/ ผู้ปกครอง เช่น พ่อแม่ทำแต่งานไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ หรือครอบครัวที่เข้มงวดมาก มีการใช้ความรุนแรง 6.2.4 ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมภายนอก การมีสถานบริการและสถานที่เที่ยวเวลากลางคืน เช่น สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ การมีร้านเกม/ อินเทอร์เน็ต ร้านสนุกเกอร์ นอกจากนั้นสวนสาธารณะยังเป็นที่ที่นักเรียนไปนั่งมั่วสุ่มหรือไปมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นอกจากนั้นปัจจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นักเรียนสามารถติดต่อสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ทั้งการเล่นไลน์ เฟสบุ๊ค หรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่เป็นสื่อให้นักเรียนมีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยง 6.3 ลักษณะของนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ / ปัญหาชู้สาว การตั้งครรภ์ในวัยเรียน กลุ่มนักเรียนที่คบกับเพื่อนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ชอบเที่ยวเตร่ กลุ่มที่ชอบมั่วสุ่มกับเพื่อนในที่ลับตาคนหลังเลิกเรียนและเวลากลางคืน กลุ่มที่มีพฤติกรรมเกเร ไม่สนใจเรียน หนีเรียน กลุ่มที่ชอบรวมกลุ่มกับเพื่อน ขับขี่จักรยานในเวลากลางคืนและวันหยุด กลุ่มที่ใช้สารเสพติด ดื่มสุรา กลุ่มที่มีปัญหาครอบครัว พ่อแม่หย่าร้าง ขาดการเอาใจใส่ดูแลจากผู้ปกครอง พ่อแม่ไม่มีเวลาไม่ให้ความสนใจทำแต่งาน กลุ่มที่พ่อแม่/ ผู้ปกครองหรือคนในครอบครัวมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี กลุ่มนักเรียนหญิงที่ชอบเที่ยวกลางคืน กลุ่มเด็กที่มีฐานะทางการเงินดี ไม่ยากจน มีความสามารถในการเที่ยวเตร่ กลุ่มนักเรียนที่เรียนดี แต่ขาดทักษะชีวิต อ่อนต่อโลก ชื่อคนง่าย เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้หากมีเพศสัมพันธ์ 6.4 สถานที่ที่นักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร มักใช้เป็นสถานที่มั่วสุ่มทางเพศ นักเรียนมักไปมั่วสุ่มแสดงพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งกอดจูบ ได้แก่สถานที่ต่อไปนี้ บ้านเช่า ที่เช่าอยู่รวมกันของนักเรียน บ้านพักที่ผู้ปกครองไม่อยู่ ห่างไกลผู้คนหรือเป็นส่วนตัว สถานบริการที่วัยรุ่นไปมั่วสุ่ม เช่น ร้านสนุกเกอร์ สวนสาธารณะบริเวณหลักเมือง ในเขตอำเภอเมืองในช่วงเย็นและพลบค่ำ 6.5 พฤติกรรมของนักเรียนที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์/ การตั้งครรภ์ในวัยเรียน พฤติกรรมของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาครที่เสี่ยงต่อการนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์/ การตั้งครรภ์ในวัยเรียน อยากลอง อยากรู้ เชื่อเพื่อนและถูกชักชวนง่าย ติดเพื่อน เลียนแบบเพื่อน อยากให้เพื่อนยอมรับ ฝักใฝ่เรื่องความรักเรื่องเพศ การไปพักอาศัยร่วมกับเพื่อนตามหอพัก อพาทเมนต์ ที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล ชอบเที่ยวเตร่กับเพื่อนในเวลากลางคืนหรือวันหยุด หนีเรียน ไม่ตั้งใจเรียน ขาดเรียนโดยไม่มีสาเหตุ ชอบรวมกลุ่มกับเพื่อนเกเรที่มีความประพฤติไม่ดี คบเพื่อนที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดทั้งการเสพและการจำหน่าย ออกจากบ้านในเวลากลางคืนกับกลุ่มเพื่อนชอบเที่ยว กลุ่มใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย คบเพื่อนที่ไม่ได้เรียนหนังสือและว่างงาน ชอบเที่ยวเตร่สถานบริการ ผับ เทค บาร์ ชอบมั่วสุ่มบริเวณสวนสาธารณะเวลากลางคืนชอบมั่วสุ่มในที่ลับตาคน ชอบรวมกลุ่มกับเพื่อนในที่ลับตาคน เล่นเกมตามร้านเกม/อินเทอร์เน็ต ขับมอเตอร์ไซด์ซิ่ง ขายบริการทางเพศ ขาดทักษะชีวิต ปฏิเสธคนไม่เป็น เชื่อคนง่าย 6.6 แนวทางในการช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาทางเพศ การประสานกับผู้ปกครองให้รับทราบปัญหาของบุตรหลานและร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา กำหนดมาตรการในการดูแลนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างใกล้ชิด 6.7 แนวทาง/กิจกรรมสำคัญที่ทางโรงเรียนจัดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมทางเพศของโรงเรียน กิจกรรม "บวร" กิจกรรมที่ประสานร่วมกันระหว่าง บ้าน (บ) วัด (ว) โรงเรียน (ร) การสอนเพศศึกษาในชั้นเรียน กิจกรรมการเยี่ยมบ้าน กิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานภายนอกโรงเรียนจัดกิจกรรมค่ายจริยธรรม ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้นักเรียน การอบรมให้ความรู้และฝึกทักษะให้นักเรียนป้องกันตนเองจากภัยทางเพศ กิจกรรมรณรงค์การป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร กิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากภัยทางเพศ กิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนคิดวิเคราะห์เป็น รู้จักตนเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง กิจกรรมเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อประสานให้โรงเรียนติดตามและรู้พฤติกรรมนักเรียน กิจกรรมเพื่อดูแลเพื่อน โดยให้เพื่อนนักเรียนในโรงเรียนร่วมช่วยเหลือดูแลเพื่อนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ กิจกรรม To be number one กิจกรรมศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น กิจกรรมแนะแนวปัญหาสุขภาพและปัญหาทางเพศ กิจกรรมจัดระเบียบนักเรียน เช่น การเช็คชื่อนักเรียนในตอนเช้าทุกวันเพื่อดูข้อมูลการมาเรียนของนักเรียน 6.8 การปฏิบัติในเรื่องการเก็บข้อมูลและการรายงานข้อมูลของนักเรียนในเรื่องพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ/ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องและสถานการณ์ปัญหาทางเพศของนักเรียน พบว่า โรงเรียนจะมีการรายงานข้อมูลของนักเรียนมายังเขตพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามแบบฟอร์มการรายงานที่กระทรวงกำหนด ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วส่วนใหญ่จะไม่รายงานข้อมูลปัญหาทางเพศที่เกิดขึ้นในโรงเรียน เช่น ปัญหานักเรียนตั้งครรภ์ หรือปัญหาการมีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสมของนักเรียน เนื่องจากโรงเรียนส่วนใหญ่มีนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะช่วยเหลือนักเรียนและจะร่วมกับผู้ปกครองในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสกลับมาเรียนใหม่ โดยโรงเรียนจะเก็บข้อมูลของนักเรียนเมื่อแรกเข้าศึกษาในโรงเรียน และจะเก็บข้อมูลจากแบบฟอร์มการไปเยี่ยมบ้านของอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งข้อมูลที่ทางโรงเรียนได้เก็บรวบรวมไว้ ส่วนใหญ่จะมิได้มีการวิเคราะห์ และจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อนำมาใช้เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ขาดบุคลากรที่จะวิเคราะห์นักเรียน ครูอาจารย์ที่ภาระงานสอนและงานอื่น ๆ มาก และช่องทางการได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ปัญหาทางเพศ และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือ จากข้อมูลนักเรียนเมื่อแรกเข้า จากแบบฟอร์มการเยี่ยมบ้านของครูที่ปรึกษา จากเครือข่ายผู้ปกครอง จากการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ เช่น Facebook / Line ฯลฯ จากกลุ่มเพื่อนของนักเรียน กิจกรรมการแนะแนว 7. ระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร มีขั้นตอน วิธีการ และองค์ประกอบ ดังนี้ 1. ปัจจัยนำเข้า (Surveillance input factors) 2. กระบวนการเฝ้าระวัง (Surveillance Process) 3. ผลผลิต (Surveillance Output) 4. ผลลัพธ์ (Surveillance Outcome) 1. ปัจจัยนำเข้า (Surveillance input factors) เป็นปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน และนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งปัจจัยที่สำคัญ ประกอบด้วย 1.1 หน่วยงานที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย โรงเรียน บ้าน และหน่วยงานในชุมชน โดยโรงเรียนเป็นหน่วยงานหลัก และดำเนินการร่วมกับบ้านคือ ครอบครัวของนักเรียน และหน่วยงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง ได้แก่ วัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามภารกิจที่ต้องทำร่วมกันของหน่วยงาน 3 ส่วน ที่รวมเรียกว่า "บวร" คือ บ้าน วัด และโรงเรียน 1.2 นโยบายที่ชัดเจนในการเฝ้าระวังของโรงเรียน สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินงานเฝ้าระวังประสบผลสำเร็จคือ นโยบายที่ชัดเจนจากฝ่ายบริหารของโรงเรียนที่จะส่งเสริมและสนับสนุนภารกิจการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 1.3 บุคลากรที่รับผิดชอบงานการเฝ้าระวัง โดยโรงเรียนต้องแต่งตั้งบุคคลากรที่จะรับผิดชอบวางแผนการเฝ้าระวัง และดำเนินการเฝ้าระวังตามแผนที่วางไว้ และร่วมกับหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่ประสานสัมพันธ์ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบุคลากรที่รับผิดชอบการเฝ้าระวังควรแต่งตั้งในรูปของคณะกรรมการการดำเนินงานที่ประกอบด้วยฝ่ายต่าง ๆ ของโรงเรียนและมีบุคลากรจากหน่วยงานภายนอกมาร่วมเป็นกรรมการ 1.4 เครื่องมือในการดำเนินการเฝ้าระวัง ประกอบด้วย เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ และเครื่องมือในการจัดกระทำข้อมูล ที่สำคัญคือ แบบสำรวจ แบบสอบถาม แบบประเมิน แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต แบบทดสอบ ฯลฯ ซึ่งจะใช้เครื่องมือใดแล้วแต่ลักษณะข้อมูลที่ต้องการ 2. กระบวนการเฝ้าระวัง (Surveillance Process) 2.1 การเก็บข้อมูลปฐมภูมิ 2.1.1 การสำรวจ 2.1.2 การสอบถาม/ การสัมภาษณ์ 2.1.3 การสังเกตพฤติกรรมเสี่ยง 2.1.4 การมีส่วนร่วมในกลุ่ม 2.1.5 การทำแผนที่พฤติกรรม 2.2 การรายงานข้อมูล 2.3 การจัดประชุม 2.4 กิจกรรมการแนะแนว 2.5 การเยี่ยมบ้าน 2.6 การสนทนากลุ่ม 2.7 การสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวัง 2.8 การเก็บข้อมูลทุติยภูมิ 3. ผลผลิตจากการเฝ้าระวัง (Surveillance Output) ประกอบด้วย 3.1 ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานของนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 3.2 สถานการณ์/ ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียน 3.3 แนวโน้มของสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น 3.4 ปัจจัยสาเหตุของปัญหา/ พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียน 3.5 ปัจจัยเสี่ยงและกลุ่มเสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรมทางเพศ ฯลฯ 4. ผลลัพธ์ของระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ (Surveillance Outcome) จากผลผลิตที่ได้จากระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาครคือ ข้อมูลและสารสนเทศที่ดี ๆ และถูกต้องครบถ้วน โรงเรียนสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาทางเพศ และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน เพื่อลดสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นและป้องกันมิให้เกิดปัญหาให ม่ 8. แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร 1. การจัดระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียน 2. สร้างเครือข่ายในการดำเนินงาน โดยเครือข่ายที่สำคัญคือ โรงเรียน บ้าน และหน่วยงานในชุมชน 3. การสอนเพศศึกษาในโรงเรียน 4. จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่นักเรียนสนใจและมีประโยชน์ได้ผลดีในในการป้องกันปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ โดยกิจกรรมที่จัดทุกปีคือ การจัดค่ายคุณธรรมจริยธรรม กิจกรรมอบรมทักษะชีวิต/ การป้องกันตนเองจากภัยทางเพศ กิจกรรมการเยี่ยมบ้าน กิจกรรมศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น กิจกรรมแนะแนวสุขภาพ/ ปัญหาทางเพศ กิจกรรมรณรงค์การป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร กิจกรรมเพื่อนดูแลเพื่อน กิจกรรมสร้างเสริมคนดี ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องทั้งชายและหญิง การรักนวลสงวนตัว กิจกรรมส่งเสริมความเป็นสุภาพบุรุษของนักเรียนชาย กิจกรรม รู้ทันสื่อ