การศึกษาความสามารถในการดูดซับตะกั่วและทองแดงของหญ้าแฝกพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
-บทคัดย่อ การศึกษาความสามารถในการดูดซับตะกั่วและทองแดงของหญ้าแฝกพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ดำเนินการเป็นเวลา 3 ปี โดยในปี 2554 ทำการศึกษาในพื้นที่ของบ้านศาลา ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการทดสอบในกระถาง (ท่อ) วางแผนการทดลองแบบ 2*2*3 Factorial in CRD จำนวน 3 ซ้ำ โดยชุดดิน 2 ชุด ได้แก่ ชุดดินหางดง และชุดดินสันทราย สารโลหะหนัก 2 ชนิด ได้แก่ ตะกั่ว และทองแดง และพันธุ์หญ้าแฝก 3 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ศรีลังกา พันธุ์สุราษฎร์ธานี และพันธุ์สงขลา3 โดยมีการเลือกพื้นที่ตามชุดดินที่กำหนดและนำดินที่ได้มาคลุกสารเคมีที่กำหนดใส่ลงในท่อ และปลูกหญ้าแฝกพันธุ์ที่กำหนด แล้วหาปริมาณสารทองแดงและตะกั่วจากดินที่ปลูก และน้ำที่รองรับจากปลายท่อ และศึกษาถึงการเจริญเติบโตของหญ้าแฝกที่ปลูกลงไปในท่อ พบว่าปริมาณสารทองแดงเฉลี่ยในชุดดินหางดงจะมีค่ามากกว่าชุดดินสันทรายประมาณ 2 เท่า และปริมาณสารตะกั่วมีค่าสูงกว่า 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ยอมรับได้ทั้งในชุดดินหางดงและชุดดินสันทราย แต่พันธุ์หญ้าฝแฝกไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 95 เปอร์เซ็นต์ การเปลี่ยนแปลงสารเคมีในน้ำหลังการปลูกหญ้าแฝกลงในท่อทั้ง 2 ครั้ง พบว่า ปริมาณสารทองแดงมีปริมาณมากกว่าสารตะกั่วในทั้ง 2 ชุดดิน ส่วนหญ้าแฝกทั้งสามพันธุ์กลับไม่พบความสามารถในการดูดซับสารเคมีที่แตกต่างกันมากนัก การเจริญเติบโตของหญ้าแฝกที่ปลูกในท่อนั้น พบว่าการวัดความสูงของหญ้าแฝกพันธุ์ศรีลังกาจะมากกว่าพันธุ์สุราษฎร์ธานีและ สงขลา3 และเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของการเจริญเติบโตของหญ้าแฝกที่ปลูกลงในท่อทั้ง 3 พันธุ์ พบว่าชุดดินหางดงมีมากกว่าชุดดินสันทราย จากนั้นในปี 2555 ถึงปี 2556 คัดเลือกพันธุ์หญ้าแฝก 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ศรีลังกา และพันธุ์สงขลา3 เพื่อนำไปปลูกลงในพื้นที่ของเกษตรกรจำนวน 3 ราย จากบ้านสันไร่ ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเกษตรกรประกอบอาชีพในการรับจ้างย้อมสีผ้าก่อนนำออกจำหน่าย (ธุรกิจขนาดเล็ก) และดำเนินการในชุดดินหางดง แล้วจึงสุ่มวัดการเจริญเติบโตของหญ้าแฝก ได้แก่ ความสูง เส้นผ่าศูนย์กลางกอหญ้าแฝก (ขนาดกอหญ้า) และจำนวนหน่อต่อกอ วิเคราะห์สารทองแดงและตะกั่วในดิน และใบหญ้าแฝก หลังการศึกษา พบว่า ปริมาณสารเคมีในดินก่อนการปลูกหญ้าแฝกส่วนใหญ่มีปริมาณสารทองแดง และตะกั่ว ในชั้นดินบนจะมากกว่าดินล่าง และไม่แตกต่างกันในพื้นที่เกษตรกรทั้ง 3 ราย ส่วนปริมาณสารเคมีในดินหลังการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เกษตรกร ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในเกษตรกรแต่ละราย แต่เกษตรกรรายที่ 1 จะมีปริมาณสารทองแดงก่อนปลูกหญ้าแฝกมีค่ามากกว่าหลังปลูก ส่วนเกษตรกรรายที่ 2 และ 3 พบว่าจะมีปริมาณสารทองแดงและตะกั่วเพิ่มมากขึ้นทั้งในดินบนและดินล่าง สำหรับปริมาณสารเคมีที่พบในใบหญ้าแฝก พบว่า ปริมาณสารทองแดงในเกษตรกรทั้ง 3 ราย พันธุ์ศรีลังกามีค่ามากกว่าพันธุ์สงขลา3 ส่วนปริมาณสารตะกั่วนั้นมีค่าน้อยมาก ในเกษตรกรทุกรายมีค่าไม่แตกต่างกันมากนัก แต่หญ้าแฝกพันธุ์สงขลา3 จะให้ค่าที่มากกว่าพันธุ์ศรีลังกาเล็กน้อย สำหรับการเจริญเติบโตของหญ้าแฝก พบว่าความสูงของหญ้าแฝกพันธุ์ศรีลังกาจะมากกว่าพันธุ์สงขลา3 แต่ค่าเฉลี่ยเส้นผ่าศูนย์กลาง และจำนวนหน่อต่อกอของหญ้าแฝกพันธุ์สงขลา3 มีค่ามากกว่าพันธุ์ศรีลังกา แต่ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 95 เปอร์เซ็นต์