กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาการยอมรับและอิทธิพลของการปลูกหญ้าแฝกต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำของเกษตรกรผู้ได้รับการขุดสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจปลูกและไม่ปลูกหญ้าแฝก ศึกษาผลการใช้มาตรการหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำของต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมี และทางกายภาพของดินและน้ำ และเพื่อศึกษาการยอมรับ ทัศนคติ และพฤติกรรม ของเกษตรกรกลุ่มที่มีได้รับการขุดสระที่ปลูกหญ้าและไม่ปลูกหญ้าแฝก การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจปลูกหญ้าแฝก โดยใช้แบบสอบถามปลายปิด (Close-ended Questions) เป็นเครื่องมือในการสัมภาษณ์เกษตรกร 150 ราย และวิเคราะห์การถดถอยลอจิสติก ผลการศึกษาพบว่า ระดับการศึกษา การได้รับข้อมูลข่าวสาร และการมีประสบการณ์ในการฝึกอบรม เป็นปัจจัยที่มีผลให้เกษตรกรมีการตัดสินใจปลูกหญ้าแฝกมากขึ้น โดยระดับการศึกษาและการได้รับข้อมูลข่าวสาร มีความสัมพันธ์กับการยอมรับมาตรการหญ้าแฝก โดยมีนัยสำคัญทางสถิติอยู่ที่ระดับ 0.05 ส่วนการมีประสบการณ์ในการฝึกอบรมมีความสัมพันธ์กับการยอมรับมาตรการหญ้าแฝก โดยมีนัยสำคัญทางสถิติอยู่ที่ระดับ 0.01 ดินร่วนเหนียวปนทราย (SCL) และดินร่วนเหนียว (CL) เป็นชนิดของดินที่ขุดสระน้ำ โดยตัวอย่างดินทั้งสองชนิดถูกเก็บที่ระดับความลึก 0 – 15 และ 15 - 30 เซนติเมตร เพื่อมาวิเคราะห์สมบัติทางเคมี กายภาพ และชีวภาพของดิน ได้แก่ ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน (เปอร์เซนต์) ค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน ค่าการนำไฟฟ้าของดิน ค่าความหนาแน่นรวมของดิน และค่าความพรุนของดิน การกระจายตัวของดิน การแทรกซึมของน้ำในดิน และกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตในดิน ผลการศึกษาพบว่า ในส่วนของดินขอบสระเนื้อดินร่วนเหนียวปนทราย (SCL) ที่ระดับความลึก 0 – 15 เซนติเมตร พบว่าการปลูกหญ้าแฝกมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติดินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งสมบัติดินดังกล่าว ได้แก่ ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน (เปอร์เซนต์) ค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน ค่าการนำไฟฟ้าของดิน ค่าความหนาแน่นรวมของดิน และค่าความพรุนของดิน ในขณะที่ในเนื้อดินร่วนเหนียว (CL) ที่ระดับความลึก 15 – 30 เซนติเมตร การปลูกหญ้าแฝกมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติดินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งสมบัติดินดังกล่าว ได้แก่ ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน (เปอร์เซนต์) ค่าการนำไฟฟ้าของดิน ค่าความหนาแน่นรวมของดิน และค่าความพรุนของดิน และเสถียรภาพของดิน การยอมรับมาตรการหญ้าแฝกของเกษตรกร พบว่า ระดับการยอมรับของเกษตรกรส่วนใหญ่ อยู่ในระดับการนำไปปฏิบัติ โดยเกษตรกรได้นำเอาความรู้เกี่ยวกับการชะล้างพังทลาย และการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำมาสู่การปฏิบัติปลูกหญ้าแฝกริมขอบสระน้ำ ในขณะที่ขั้นไตร่ตรองเป็นระดับการยอมรับที่น้อยที่สุดซึ่งเกษตรกรยังคงอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะปลูกหรือไม่ปลูกหญ้าแฝก เกษตรกรยังคงพิจารณาถึงข้อจำกัดของตนเองในการปลูกหญ้าแฝกริมขอบสระ จึงส่งผลให้เกษตรกรยังไม่ยอมรับมาตรการหญ้าแฝกเพื่อไปปลูกริมขอบสระ อย่างไรก็ตามกลุ่มเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เป็นระดับการยอมรับในขั้นปฏิบัติหรือทดลองทำได้ ข้อเสนอแนะเพื่อเพิ่มกระบวนการยอมรับมาตรการหญ้าแฝก ทำได้ดังนี้ 1.) การทดสอบระดับการยอมรับมาตรการหญ้าแฝก ควบคู่ไปกับการสำรวจความต้องการขุดสระ 2.) ขยายแหล่งผลิตกล้าหญ้าแฝกและแหล่งให้บริการกล้าหญ้าแฝกในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินระดับอำเภอ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงได้ง่าย 3.) หน่วยงานควรเพิ่มความถี่และช่องทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการชะล้างพังทลายและการใช้มาตรการหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 4.) สร้างมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่มีระดับการยอมรับอยู่ในขั้นไตร่ตรอง วิธีการสร้างแรงจูงใจ เช่น การมอบหมายให้หมอดินอาสาในพื้นที่นั้นๆช่วยเกษตรกรเจ้าของแปลงวางแนวการปลูกหญ้าแฝก วางแผนการเพาะปลูก และการใช้ประโยชน์ที่ดินในระดับไร่นา 5.) สนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าแฝก 6.) สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารกล้าหญ้าแฝก
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness