การศึกษาภูมิปัญญา สกุลช่างเพชรบุรี เพื่อประยุกต์ใช้ในการออกแบบสร้างสรรค์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยการศึกษาภูมิปัญญา สกุลช่างเพชรบุรี เพื่อประยุกต์ใช้ในการออกแบบสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการศึกษาภูมิปัญญางานศิลปะแบบอย่างไทย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม และสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยการผสมผสานกระบวนการสมัยใหม่ กลุ่มประชากรที่ใช้ศึกษาครั้งนี้ คือกลุ่มครูช่างสกุลช่างเพชรบุรี จำนวน 9 คน จาก 8 สกุลช่าง ได้แก่ ช่างปูนปั้น ช่างรายรดน้ำ ช่างจิตรกรรม ช่างทอง ช่างแทงหยวก ช่างตอกกระดาษ ช่างหัวโขน และช่างปั้นหัวสัตว์ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยเน้นการศึกษากระบวนการ วัสดุ และเทคนิค พบว่า 1. กลุ่มครูช่างสกุลช่างเพชรบุรีมีทั้งกลุ่มที่เป็นเพศชาย และหญิง ซึ่งมีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกัน คือ เพศชายร้อยละ 55.6 และเพศหญิงร้อยละ 44.4 มีอายุระหว่าง 41-50 ปี การศึกษาอยู่ในช่วงมัธยมถึงปริญญาตรี ครูช่างส่วนใหญ่สืบทอดภูมิปัญญามาจากคนในครอบครัว และมีการส่งต่อภูมิปัญญาให้กับลูกหลานต่อเนื่อง แต่มีบางสกุลช่าง ที่อาจสูญหายเนื่องจากไม่มีผู้สืบทอด ลักษณะของผลงานในปัจจุบันมีทั้งงานอนุรักษ์ และสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยเน้นที่การปรับปรุงรูปแบบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีการเผยแพร่โดยการจัดตั้งศูนย์เพื่อการเรียนรู้ การเป็นวิทยากร และมีการเพิ่มเป็นหลักสูตรในสถาบันการศึกษา 2. วัสดุในงานสกุลช่างเพชรบุรี สามารถจำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ วัสดุหรือส่วนผสมหลัก ที่ไม่มีวัสดุอื่นแทนได้ และวัสดุหรือส่วนผสมรอง สามารถหาสิ่งอื่นทดแทนได้ 3. ด้านรูปแบบ พบว่า ผลงานของสกุลช่างเพชรบุรี จะมีรูปแบบ 2 ลักษณะ ได้แก่การอนุรักษ์ในลักษณะการเล่าเรื่อง คือสร้างสรรค์ผลงานเป็นเรื่องราวพุทธประวัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี และการสร้างสรรค์โดยใช้เป็นงานศิลปกรรมเพื่อประดับตกแต่ง ให้เกิดความสวยงาม 4. ด้านเอกลักษณ์ พบว่า งานปูนปั้น มีรูปแบบอสมมาตร มีการปั้นลายลายที่พริ้วไหวหรือเรียกกันว่าการห่อใบ และมีการบากลายที่ยาวและพลิ้วไหวไปตลอดลวดลาย งานแทงหยวก จะมีเนื้อลายที่อวบมากกว่าที่อื่นๆ เนื่องมาจากเมื่อผ่านระยะเวลาหยวกกล้วยจะมีการหดตัว ซึ่งจะทำให้ลวดลายมีความสวยงามพอดี งานปั้นหัวโขน เอกลักษณ์จะอยู่ที่การเขียนลาย โดยจะมีรายละเอียดไม่มาก เน้นลายเส้นที่มีเนื้อลายเยอะ ลวดลายจะมีความหนา งานลายรดน้ำ เอกลักษณ์ที่เด่นชัดคือ การเขียนแบบบิดห่อลาย เพื่อสร้างมิติ และความพลิ้วไหวให้กับลวดลาย งานจิตรกรรม เอกลักษณ์ที่เด่นชัด คือการใช้สีโทนร้อน และเทคนิคการเขียนขึ้นสดโดยไม่มีการร่าง ทำให้มีลายเส้นที่อิสระ งานตอกกระดาษ เอกลักษณ์อยู่ที่เครื่องมือ ได้แก่สิ่วเม็ดแตง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ ปลายโค้ง หลังนูน ไม่มีร่อง ซึ่งช่วยให้เดินเส้นได้เรียบและต่อเนื่อง งานทอง เอกลักษณ์คือ เทคนิคและความละเอียดในการจัดประกอบลวดลาย